8 Interesting IT field in New Normal era

8 สายงานไอที น่าสนใจในยุค New Normal

วิกฤติโควิด เป็นอัตราเร่งให้ทุกองค์กรมีการปรับวิถีชีวิตและการทำงานสู่ยุคนิวนอร์มอล ทำให้รูปแบบการทำงานขององค์กรเปลี่ยนไป รวมทั้งแรงงานต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือ จึงทำให้บุคลากรสายงานไอทีนับเป็นกลุ่มงานที่ตลาดแรงงานมีความต้องการสูงและยังมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสูงมากขึ้นในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า 

เนื่องจากสำหรับคนที่ทำงานด้านไอที การปรับรูปแบบการทำงานแบบรีโมท (Remote Work) หรือทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด กลุ่มบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายๆ แห่ง นำรูปแบบการทำงานนี้มาใช้ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานของคนไอทีอยู่แล้ว วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก 8 อาชีพที่น่าสนใจสำหรับสายงานด้านไอที

  1. Data Analyst  เริ่มต้นกันด้วยอาชีพที่หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง นั่นก็คือ Data Analyst นั่นเอง โดย Data Analyst จะนำข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาวิเคราะห์ และสรุปผล เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ปรับปรุง และพัฒนาธุรกิจขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น 
  2. Software & Application Developer หรือนักพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ คือผู้สร้างและพัฒนา Application/Software ต่าง ๆ ให้เราใช้งานกันในชีวิตประจำวัน โดยพวกต้องเขียนออกมาให้ตรงความต้องการของลูกค้า รวมทั้งต้องสะดวก และง่ายกับผู้ใช้งานด้วย
  3. UX/UI Designer ซึ่งเป็นคนที่ต้องทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน และออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) หรือออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้(User Interface) ให้สินค้า และบริการต่าง ๆ เพื่อส่งมอบสินค้า และบริการที่ตรงกับความต้องการ และใช้งานง่ายที่สุดให้กับผู้ใช้งาน
  4. QA Engineer & Software Tester จะเป็นคนทดสอบเว็บหรือแอปเพื่อหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ก่อนที่จะส่งมอบให้กับผู้ใช้งาน เพื่อให้เว็บหรือแอปนั้น ๆ ทำงานได้ถูกต้อง ไม่มี Bug หรือข้อผิดพลาดมากวนใจผู้ใช้
  5. System Admin หรือผู้ดูแลระบบ คือคนที่คอยดูแลรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบเครือข่าย และระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กร ตั้งแต่ลง OS ติดตั้ง ดูแลทั้งซอฟต์แวร์กับฮาร์ดแวร์ในระบบ ไม่ว่าจะเป็นสาย Cable หรือ Server รวมถึงเป็นคนที่จะช่วยแก้ปัญหาระบบต่าง ๆ ในยามคับขันอีกด้วย
  6. IT Business Analyst เรียกสั้น ๆ ว่า BA เป็นคนวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจแบบเจาะลึก สำหรับสาย IT แล้ว BA เป็นเหมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับ Developer โดยจะเป็นคนรวบรวมความต้องการของผู้ใช้งาน และสรุปสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ เพื่อส่งมอบรายละเอียดงานต่าง ๆ ให้กับ Developer 
  7. Growth Hacker ไม่ใช่การเจาะระบบแต่อย่างได้ เพียงแต่เป็นการพยายามทำให้ธุรกิจเติบโตให้ได้ โดยจะเป็นคนที่จะเฟ้นหาการตลาด หรือกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้า และคอยจัดการกลยุทธ์นั้นให้สำเร็จตามที่หวัง หรือเปลี่ยนเป็นแนวทางที่ดีกว่า ซึ่งหลายแบรนด์ดังก็ใช้ Growth Hacking กับบริการของตัวเองจนมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนกัน
  8. IT Application Support  อีกหนึ่งสายงานไอทีที่ตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลต้องการสูง เพื่อหาคนมาดูแลระบบงาน Application หรือ Program ทั้งที่ลูกค้ามีใช้งานอยู่แล้วใน ปัจจุบัน และระบบงานใหม่ที่ลูกค้าวางแผนจะนำ มาใช้งานในองค์กร

อย่างไรก็ตาม คาดว่า ปี 2566 ทั่วโลกจะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรไอทีมากกว่า 2 ล้านตำแหน่ง ซึ่งในประเทศไทยเองก็ได้ประสบปัญหานี้เช่นกัน เนื่องจากบุคลากรไอทีที่มีคุณภาพจะเน้นเลือกทำงานกับองค์กรใหญ่ๆ และบริษัทข้ามชาติ หรือบางส่วนก็ได้โอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีออกไปตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางด้านไอทีของตัวเอง และบางส่วนมีการเปลี่ยนแปลงสายงานตัวเองจากไอทีไปทำในสายงานอื่น ๆ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าจาก 3 ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานด้านไอทีกำลังขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณข้อมูลจาก  : BorntoDev / bangkokbiznews.com / kapook.com / trueplookpanya.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://www.pexels.com/pt-br/foto/codificacao-computador-mesa-balcao-4974912/

6 Personal Cyber Security Tips

6 เคล็ดลับ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนบุคคลที่ควรรู้

ในปัจจุบันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์แท็บเล็ต ล้วนเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมานำเสนอ “ 6 เคล็ดลับ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนบุคคล ให้เราป้องกันการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

1.ปกป้องข้อมูลส่วนตัว (Protect Personal Identifiable Information)
ไม่ควรทิ้งชื่อ ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ เพื่อชิงโชครางวัลใหญ่ แม้ต้นทางนั้นจะมาจากหน่วยงาน หรือบริษัทที่น่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะรางวัลใหญ่ที่คุณจะได้แทนนั้น อาจเป็นบรรดามิจฉาชีพสามารถฉกฉวยข้อมูลของคุณไปใช้ พร้อมสวมรอยเป็นคุณได้ทันทีอย่างแนบเนียน แถมยังอาจจะเจอคนโรคจิตประกบชีวิตของคุณอีกด้วย

2.ตั้งรหัสผ่านให้รัดกุม (Create Strong Passwords)
คุณอาจเคยได้ยินว่ารหัสผ่านที่รัดกุมมีความสำคัญต่อการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ ความจริงก็คือรหัสผ่านมีความสำคัญต่อการป้องกันแฮกเกอร์จากข้อมูลของคุณ! ซึ่งรหัสผ่านต่าง ๆ ควรผสมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ สัญลักษณ์ และตัวเลขที่ซับซ้อน และเปลี่ยนรหัสผ่านปีละครั้ง


3.อย่าเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน (Not be disclosed Financial Information)
ข้อมูลทางการเงิน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยถึงแม้ว่าตัวเลขการเงิน ยอดเงินคงเหลือในบัญชี จะไม่ได้ดูเป็นสิ่งที่ระบุตัวตนอะไรแต่บางครั้ง การมีเลขบัญชีติดมา หรือการพูดถึงทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ ก็สามารถทำให้เหล่าแฮคเกอร์ปลอมตัวเป็นคุณ และเข้าถึงบัญชีทรัพย์สินของคุณได้ ดังนั้น เก็บข้อมูลทางการเงินไว้เป็นเรื่องส่วนตัวจะดีที่สุด

4.อัปเดตซอฟต์แวร์อยู่เสมอ และใช้แอนตี้ไวรัส (Keep Software Updated and Use Anti-Virus Protection)
สำหรับทั้งธุรกิจ และผู้บริโภค หนึ่งในเคล็ดลับความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญที่สุดคือให้อัปเดตซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ทั้งระบบปฏิบัติการ และแอปพลิเคชัน เพราะจะช่วยลบช่องโหว่ที่สำคัญที่แฮ็กเกอร์ใช้ในการเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณ

5. สำรองข้อมูลเป็นประจำ (Backup Data Regularly)
การสำรองข้อมูลของคุณเป็นประจำเป็นขั้นตอนที่ถูกมองข้ามในการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ส่วนบุคคล แต่โดยพื้นฐานแล้วคุณจะต้องเก็บสำเนาข้อมูลของคุณสามชุดในสื่อสองประเภท คือฮาร์ดไดรฟ์ในเครื่อง และฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก ส่วนสำเนาหนึ่งชุดให้เก็บข้อมูลบนคลาวด์

6.อย่าใช้ Wi-Fi สาธารณะ (Don’t Use Public Wi-Fi)
Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ใช้ Virtual Private Network (VPN) เพราะการใช้ VPN การรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของคุณ และเซิร์ฟเวอร์ VPN จะถูกเข้ารหัส ซึ่งหมายความว่าอาชญากรไซเบอร์จะเข้าถึงข้อมูลของคุณบนอุปกรณ์ได้ยากขึ้นมาก

ด้วยเคล็ดลับความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนบุคคลทั้ง 6 ข้อนี้ จะช่วยให้คุณตระหนักถึงความปลอดภัยโลกไซเบอร์มากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : cipher.com / thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : pixabay.com