Microsoft has officially cancelled to release Windows 10X

Microsoft ยกเลิกพัฒนา Windows 10X เป็นทางการแล้ว

ทาง Microsoft ได้ประกาศยกเลิกพัฒนา Windows 10X อย่างเป็นทางการออกมาแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 โดย Window 10X เป็นระบบปฏิบัติการแยกเฉพาะ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแท็บเล็ต PC สองหน้าจอ อย่าง Surface Neo นั่นเอง

ภาพจาก : https://www.theverge.com/2021/5/18/22442421/microsoft-windows-10-x-canceled-official

จุดเด่น ของ Windows 10X คือ Interface ที่ทำมาเพื่อจอสัมผัสโดยเฉพาะ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานบน Surface Neo หรือแท็บเล็ต PC สองหน้าจอ เพื่อเตรียมมาสู้กับ Chrome OS แต่ล่าสุด John Cable รองประธานฝ่ายบริหารโปรแกรมและบริการของ Windows กล่าวว่า 

“ แทนที่จะดัน Windows 10X ให้ออกสู่ตลาดในปี 2021 ตามที่ตั้งใจไว้ ก็เปลี่ยนมานำเทคโนโลยีที่สำคัญของ 10X มาผสานเข้ากับส่วนอื่น ๆ ของ Windows แทนดีกว่า ”  แม้จะไม่พัฒนาต่อแต่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เคยมีใน Windows 10X ก็จะถูกนำไปรวมกับ Windows 10 ตามที่ John Cable ได้กล่าวไว้ ส่วนแท็บเล็ต PC สองหน้าจอ ก็กลับมาโฟกัสที่แท็บเล็ต PC หน้าจอเดียวเป็นหลักแทน

ขอบคุณข้อมูลจาก : techhub.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : theverge.com / techxcite.com

Microsoft releases Visual Studio 2022 will be moving to 64-bit

Microsoft เปิดตัว Visual Studio 2022 ช่วยให้นักพัฒนาเขียนโค้ด สร้างแอปได้ง่ายขึ้น

ครั้งแรกกับ Visual Studio รุ่น 64 บิต Microsoft ได้ออกมาเปิดตัว Visual Studio 2022 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วยให้นักพัฒนาเขียนโค้ด และสร้างแอปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นสามารถพัฒนาโซลูชันที่ใหญ่ และซับซ้อนได้เร็วขึ้น หมดปัญหาหน่วยความจำไม่พอ

พร้อมกับอัปเดตไอคอน ธีม และฟอนต์ Cascadia Code ใหม่ อ่านโค้ดได้ง่ายขึ้น มี Accessibility Insights ที่สามารถตรวจหาปัญหาการเข้าถึงของซอฟต์แวร์อีกด้วย

สร้างแอปที่ทันสมัยบน Cloud ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเริ่มต้นพัฒนาแอปได้อย่างรวดเร็ว ด้วย Repo ที่พร้อมให้คุณเริ่มใช้งาน Infrastructure-as-code Assets ในการจัดเตรียม Azure Resources + Workflows และ Actions ของ GitHub พร้อมโซลูชัน CI/CD ที่สร้างไว้ล่วงหน้า

รองรับฟังกืชั่นการทำงานภาษาต่าง ๆ ดังนี้

  • รองรับ .NET 6 และ Unified Framework สำหรับ Windows และ Mac 
  • รองรับ .NET Multi-platform App UI (.NET MAUI) สำหรับการพัฒนาแอปข้ามแพลตฟอร์มบน Windows / Android / macOS / iOS
  • รองรับ ASP.NET และ Blazor สำหรับการเขียนแอปเดสก์ท็อปผ่าน .NET MAUI
  • รองรับ .NET Hot Reload สำหรับการเปลี่ยนแปลงโค้ด โดยไม่จำเป็นต้องรีสตาร์ท State ของแอป
  • รองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ สำหรับ C++ ในการจัดการโค้ดเบสขนาดใหญ่และ IntelliSense
  • รองรับการทำงานร่วมกับ CMake / Linux / WSL สำหรับการแก้ไขโซลูชันข้ามแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น

อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ของ Live Share ที่รองรับการแชทในตัว จัดกำหนดเซสชั่นที่เกิดซ้ำด้วยลิงก์เดิม และกำหนดนโยบายภายในองค์กร ปรับปรุง IntelliCode ในการคาดเดาโค้ดและเวิร์กโฟลวได้ดีขึ้น รองรับการทำงานร่วมกันแบบ Asynchronous สำหรับ Git และ GitHub ที่จะช่วยให้นักพัฒนาตรวจสอบและ Merge โค้ดได้ดีขึ้นด้วย Logic และ Checkpoints ปรับปรุงการค้นหาโค้ดในโค้ดเบสหรือ Repo ต่างๆ ปรับปรุง Visual Studio for Mac ให้มีประสบการณ์การพัฒนาที่ดีขึ้น

Visual Studio 2022 ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของ Core Debugger พร้อมฟีเจอร์ใหม่ เช่น Flame Charts สำหรับระบุ Hot Paths,  Dependent Breakpoints สำหรับการดีบักที่แม่นยำยิ่งขึ้น และ Integrated Decompilation Experiences ทั้งนี้ติดตามประกาศเกี่ยวกับ Visual Studio 2022 Preview 1 ได้เร็วๆ นี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : devblogs.microsoft.com / thurrott.com

Microsoft launches Whiteboard app on Android

Microsoft เปิดตัวแอป Whiteboard บนมือถือ Android
แต่ยังไม่เปิดใช้ทั่วไป

Microsoft เปิดตัวแอป Whiteboard บนมือถือ Android และ Whiteboard บน Microsoft Teams ด้วย ซึ่งให้คุณสร้างสรรค์ไอเดียจากทุกอุปกรณ์ทั้งคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน สามารถให้คุณจัดการ workflow ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะใช้งานบน Teams, Web, Windows 10, iOS หรือ Android

หากต้องการเริ่มใช้ Whiteboard บนอุปกรณ์ Android โหลดติดตั้งได้ที่ Google Play Store แต่ในปัจจุบันนี้แอป Whiteboard ใช้ได้กับบัญชีสำหรับที่ทำงาน หรือ บัญชีของโรงเรียน ในรูปแบบ Office 365 เท่านั้น แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปต้องรอไปก่อนอีกไม่นานจะได้ใช้แน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : unsplash.com

Microsoft will remove the old Microsoft Edge Legacy entirely on Windows 10

ไมโครซอฟต์ประกาศยุติการสนับสนุนเบราว์เซอร์
Microsoft Edge Legacy เวอร์ชั่นเก่าแล้ว

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟต์ได้ประกาศยุติการสนับสนุนเบราว์เซอร์ Microsoft Edge Legacy เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเบราว์เซอร์นี้จะไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยใด ๆ ต่อในอนาคต และตัวโปรแกรมจะถูกลบออกจากอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 1803 ขึ้นไปในเดือนเมษายนนี้

ซึ่งแผนในอนาคต Microsoft Edge Legacy อาจเป็นเบราว์เซอร์ประจำเครื่องเล่นเกมคอนโซลอย่าง Xbox และระบบปฏิบัติการอื่นเช่น iOS, macOS, Android และ Linux เป็นต้น สำหรับผู้พัฒนาที่ต้องการใช้ WebView เพื่อจำลองการแสดงผลเว็บไซต์บนแอปพลิเคชัน ก็ได้มีตัวเลือกอย่าง WebView2 ที่ไว้สำหรับใช้บน Microsoft Edge Chromium เพิ่มเติม

และในส่วนระบบปฏิบัติการ Windows จะเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์ Microsoft Edge Chromium ที่เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 แทน ทั้งนี้ Microsoft Edge Chromium ก็ได้มีการอัปเดตเพิ่มคุณสมบัติเวอร์ชันใหม่ไปตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งผลตอบรับจากผู้ใช้งานเป็นไปในทางบวก เนื่องจากความรวดเร็วในการใช้งานที่มากขึ้น อีกทั้งยังเข้ากับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ได้ดี มีการรองรับธีม และส่วนเสริมสำหรับ Google Chrome และอื่น ๆ อีกมากมายอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : microsoft.com

Microsoft developed ‘Project Latte’ to make it easier for Android apps to run on Windows 10

Microsoft พัฒนา ‘Project Latte’ เพื่อรันแอป Android
บน Windows 10 ได้ง่ายขึ้น

Microsoft ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันของ Android และ Windows 10 อย่างต่อเนื่อง จึงได้พัฒนา Project Latte ขึ้นมา โดยใช้งาน Windows Subsystem for Linux หรือ WSL ในการรันระบบ 

Microsoft ระบุว่า ในอนาคตน่าจะสามารถรันแอปพลิเคชัน Linux GUI ได้ รวมทั้งอาจช่วยเร่งการประมวลผล GPU ของแอปพลิเคชันที่ใช้งาน WSL ได้อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Microsoft ได้ปล่อยแอปพลิเคชัน Your Phone ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Android สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ PC ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 10 และสามารถเรียกใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ระหว่างสมาร์ทโฟน และ PC ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

คาดว่า Project Latte นี้ น่าจะปล่อยออกมาให้ได้ใช้งานกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีหน้า

ซึ่งหากโปรเจคนี้มีการตอบรับเป็นไปในทางที่ดี ก็น่าจะทำให้ Windows 10 กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ใกล้เคียงกับการเป็น Universal OS หรือระบบปฏิบัติการที่ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันในระบบต่าง ๆ มากที่สุด  แต่ดูเหมือนว่าในส่วนของการใช้งานร่วมกับ Google Play Store นั้น จะยังไม่รองรับอย่างสมบูรณ์ เนื่องด้วยข้อจำกัดของทาง Google ที่ไม่อนุญาตให้ใช้งาน Play Store บนระบบปฏิบัติการอื่น นอกเหนือจาก Android และ Chrome OS ทำให้การติดตั้งแอปพลิเคชันจะต้องใช้งาน APIs ไปก่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : windowscentral.com / androidpolice.com