How to check if your Android device is certified by Google

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ Android ของคุณ ได้รับการรับรอง
จาก Google หรือไม่

ปัจจุบันนี้ในตลาดผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android มีอุปกรณ์ Android ที่หลากหลาย อาทิเช่น Samsung, Xiaomi , ASUS , OPPO , VIVO , ONEPLUS และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าหากคุณเคยใช้งานอุปกรณ์ Android ผ่านมาหลายแบรนด์ คุณอาจพบว่าระบบปฏิบัติการมีลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต โดยผู้ผลิตมือถือแต่ละแบรนด์จะมีหน้าจอแอป UI ของตัวเองมาครอบ Android อีกที จึงทำให้อุปกรณ์ Android แต่ละเครื่องแตกต่างจากอุปกรณ์อื่น ๆ  นั่นเอง

เนื่องจากอุปกรณ์ Android แต่ละเครื่องสามารถเข้าถึง Play Store และ Play Protect ได้ Google จึงจัดทำรายการข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เครื่องผ่านการทดสอบความเข้ากัน เราจึงควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ Android ของเรา ได้รับการรับรองจาก Google หรือไม่

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ Android ว่าได้รับการรับรองจาก Google หรือไม่ ผ่านทางแอป Play Store

ขั้นตอนที่ 1 เข้าไปที่แอป Play Store ในอุปกรณ์ Android ของคุณ

ขั้นตอนที่ 2 เลือกที่ ไอคอนเมนู (Hamburger menu) ตรงมุมซ้าย ด้านบนของจอ

ขั้นตอนที่ 3  จากนั้นเลือกไปที่เมนู “การตั้งค่า”

ขั้นตอนที่ 4 ดูที่ด้านล่างสุดตรง ใบรับรอง Play Protect หากขึ้นข้อความว่า อุปกรณ์ผ่านการรับรองแล้ว แสดงว่าผ่านการรับรองจาก Google เรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้าหากอุปกรณ์ไม่ได้รับการรับรองจาก Play Protect หมายความว่า Google ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลการทดสอบความเข้ากันได้ของ Android บนมือถือเครื่องนั้น โดยอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการรับรองอาจไม่ปลอดภัย และไม่ได้รับการอัปเดตระบบ Android หรือการอัปเดตแอป ซึ่งแอปอาจจะเป็นแอปที่ไม่ได้รับใบอนุญาต และอาจไม่ใช่แอป Google แท้ จะทำให้การทำงานไม่เป็นปกติ รวมไปถึงการสำรองข้อมูลในอุปกรณ์ก็อาจจะไม่ปลอดภัย

เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า อุปกรณ์ Android ไม่ได้รับการรับรองจาก Google ควรติดต่อแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ เพื่อขออุปกรณ์ที่ผ่านการทดสอบอย่างสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจาก Google แล้ว 
ดังนั้นถ้าซื้อสมาร์ทโฟน Android อย่าลืม! ตรวจสอบเรื่องการรับรองจาก Google ก่อนการซื้อจะดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : techviral.net / freepik.com

YouTube tests shopping feature for users to shop directly from videos

YouTube เพิ่มไอคอน Shopping bag ทดสอบฟีเจอร์
ช้อปสินค้าทางวิดีโอได้เลย

YouTube เข้าใจความต้องการของเหล่านักช้อปออนไลน์ เมื่อการนั่งดูรีวิวของต่าง ๆ ใน YouTube ไม่ว่าจะอาหาร ของใช้ส่วนตัว แล้วต้องการกดซื้อเดี๋ยวนั้นเลย 

ล่าสุดผู้พัฒนา YouTube กำลังมีการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มความคล่องตัวของนักช้อป โดยไม่ต้องย้ายแพลตฟอร์มไปตามหาสินค้าเหล่านั้นที่อื่นไกล เพราะ YouTube กำลังจะเพิ่มปุ่มไอคอน Shopping bag ที่รวมการเข้าถึงข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง และดีลเด็ดบนคลิปวิดีโอให้กดช้อปได้เลยทันที
ไอคอน Shopping bag จะถูกเพิ่มลงบนด้านซ้ายล่างของหน้าจอ เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงทดสอบจะมีการเปิดให้ใช้เพียงในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งเมื่อคลิกปุ่มไอคอน Shopping bag จะสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ ได้เลย

ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=mhDJNfV7hjk คลิปช่อง Gordon Ramsay

สิ่งนี้จะช่วยเพิ่ม Traffic ในการเข้าถึงสินค้าจาก YouTube และเปิดโอกาสให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงคลิปรีวิวโฆษณาไปสู่สินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น คลิปสอนการทำอาหารที่เชื่อมโยงถึงสินค้าอุปกรณ์ในครัว หรือคลิปการแคสเกมที่เชื่อมโยงไปถึงสินค้าอุปกรณ์ Gaming Gear ต่าง ๆ และทำให้ YouTube ยกระดับกลายเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้ง ที่สร้างรายได้ใหม่ให้ครีเอเตอร์ และแบรนด์ต่าง ๆ นอกเหนือจากการทำคลิปที่สร้างรายได้จากยอดวิว

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : searchenginejournal.com

Google’s website updates new features for Christmas celebration

เว็บไซต์ Google อัปเดตเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ฉลองเทศกาล Christmas

Google ได้อัปเดตเว็บไซต์เพิ่มลูกเล่น ฉลองเทศกาลส่งท้ายปีออกมาให้ผู้ใช้ทดลองเล่น ซึ่งในปีนี้หากผู้ใช้พิมพ์คำว่า Santa หรือ Christmas ลงในช่องคำค้นหาบน Google Search ก็จะมีรูปเตาผิงพร้อมถุงเท้าและของตกแต่งวันคริสต์มาสปรากฏขึ้นมาที่ด้านขวาของหน้าเว็บไซต์

ทาง Google ยังได้รวบรวม เทรนด์การค้นหาเกี่ยวกับคริสต์มาส ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเอาไว้อีกด้วย ซึ่งเมื่อดูจากผลการค้นหาแล้วก็พบว่าประเทศแถบตะวันตกและฝั่งออสเตรเลียให้ความสนใจกับเทศกาลนี้มากกว่าฝั่งเอเชียและแอฟริกาอย่างเห็นได้ชัด

รวมทั้งยังแฝงไปด้วยการให้ความรู้อย่าง Holiday Traditions ศึกษาการฉลองเทศกาลคริสต์มาสของหลายประเทศทั่วโลก, Translations เรียนรู้ศัพท์คริสต์มาสในภาษาต่าง ๆ และ Map Quiz ต่อแผนที่โลกอีกด้วย

ในส่วน Google Art & Cultures ก็ยังเปิดให้ผู้ใช้ได้ทำการระบายสีรูปภาพการ์ดคริสต์มาสสุดคลาสสิกตามสไตล์ของตนเอง รวมทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Blob Opera ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์เพลงโอเปร่าแบบต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดก็สามารถรับฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะ Blob Opera ได้

ในส่วน Google Art & Cultures ก็ยังเปิดให้ผู้ใช้ได้ทำการระบายสีรูปภาพการ์ดคริสต์มาสสุดคลาสสิกตามสไตล์ของตนเอง รวมทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Blob Opera ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์เพลงโอเปร่าแบบต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดก็สามารถรับฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะ Blob Opera ได้

นอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนสั้นให้เลือกชมภายในเว็บไซต์ Santa Tracker และหากผู้ใช้กดไปที่ปุ่ม Play ในหน้านี้ก็จะเป็นการสุ่มเกมหรือการ์ตูนสั้นภายในเว็บไซต์ให้ได้ลุ้นกันอีกด้วย

สำหรับเกมภายในเว็บไซต์ Santa Tracker ก็มีให้เลือกเล่นกว่า 20 เกม ไม่ว่าจะเป็น Gift Slingshot ส่งของขวัญข้ามแม่น้ำ, Find Santa ค้นหาซานต้าและเพื่อนๆ ที่แอบซ่อนอยู่, Pengiun Dash เก็บของขวัญไปส่งกับเพนกวิน, Code Lab ต่อจิกซอว์เขียนโค้ด, Elf Ski เล่นสกีเก็บของขวัญ, Gumball Tilt เอียงไม้ส่งลูกอม, Present Bounce ส่งต่อของขวัญ, Snowball Strom ปาบอลหิมะ, Build & Bolt สร้างของเล่น, Present Drop หย่อนกล่องของขวัญ, Elf Jetpack เก็บของขวัญและขนม, Rodolph Racer ลากรถเลื่อนเก็บของขวัญ, Warp Battle เกมคล้าย Audition, Reindeer Runner วิ่งเว็บของขวัญ, Elf Guider ช่วยเอลฟ์ส่งของขวัญ

หรือจะเป็นเกมช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์อย่าง Selfie Santa แต่งหนวดให้ซานต้า, Elf Maker แต่งตัวเอลฟ์, Santa Canvas สร้างการ์ดคริสต์มาส, Quick Draw วาดรูปให้ AI ทาย, Snowbox ต่อบล็อค, Season of Giving ระบายสีของตกแต่งต้นคริสมาสต์, Code Boogie ออกแบบท่าเต้นให้กับเอลฟ์, Elf Jamband สร้างวงดนตรี

ในส่วนของ หนังยอดนิยม ช่วงคริสต์มาสก็ยังคงเป็น Home Alone ที่ครองตำแหน่งการค้นหามากที่สุดไปเช่นเดิม ตามมาด้วย The Grinch, National Lampoon’s Christmas Vacation, Die Hard และ Jingle All the Way (ส่วนผลการค้นหาเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ shorturl.at/inI39)

และถึงแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการ Work from home แต่ซานต้าก็ยังเดินทางไปแจกของขวัญให้แก่เด็ก ๆ ทั่วโลกอยู่ดังเดิม แถมไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อจากซานต้าแต่อย่างใดเพราะซานต้าในปีนี้เองก็สวมแมสก์ด้วยเช่นกัน ! และสามารถตามติดการเดินทางไปแจกของขวัญของซานต้าได้จาก Santa Tracker ที่จะเริ่มออกเดินทางในคืนวันที่ 24 ธันวาคมเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Santa Search หรือการเชิญซานต้าแบบ AR มาเที่ยวเล่นที่บ้านของปีนี้นั้นยังไม่มีวี่แววออกมาแต่อย่างใด คาดว่าเราน่าจะต้องรอให้ถึงวันคริสต์มาสก่อนจึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : blog.google / santatracker.google.com

Google Assistant new feature “Find Your Friends & Family”, helping you to find anyone

ตามหาใคร Google ช่วยคุณได้ ด้วยฟีเจอร์
Find your friends & family

ค้นหาเพื่อนและครอบครัวของคุณได้ เพียงสั่ง Ok Google ผ่าน Google Assistants แล้วตามด้วยรูปแบบคำสั่ง Find your friends & family เช่น Where’s everyone?, Where is Andrew?, Where’s my brother?, Where’s my family? เป็นต้น 

ในกรณีเราหาคนในครอบครัวไม่เจอ หรือไม่มีใครอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ตื่นเช้ามาแต่กลับเป็นว่าอยู่คนเดียว เราสามารถใช้คำสั่งนี้ในการตามหา พ่อ แม่ พี่ น้อง และเพื่อน ว่าอยู่ที่ไหนได้ โดยเมื่อใช้คำสั่งแล้วจะแสดงตำแหน่งบนมือถือของคุณ หรือบน Smart display แสดงหน้าจอ Google Maps ว่าคนในครอบครัวอยู่ที่ไหน

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ Find your friends & family นี้ต้องผูกกับกลุ่มสมาชิกในครอบครัว และต้องเปิด Location Sharing บน Google Maps หรือแอปอื่น ๆ เช่น Life360 เป็นต้น และเด็กที่สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นไปด้วย ทั้งนี้ทาง Google จะเริ่มให้บริการ Find your friends & family ในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี 2020 ที่ใกล้จะถึงนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : pexels.com / blog.google

The Google Street View app has a new feature called “Driving Mode”, let users to improve Google Maps by using phone camera

Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ‘Driving Mode’ ให้ผู้ใช้ช่วยปรับปรุงแผนที่บน Google Street View ด้วยภาพจากกล้องมือถือ

นอกจาก Google จะเก็บข้อมูลแผนที่ของถนนหนทางต่าง ๆ ด้วยรถยนต์ที่ติดกล้อง 360° เพื่อนำมาอัปเดตให้กับ Google Street View แล้ว ล่าสุดได้มีผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit รายหนึ่งบังเอิญไปพบเข้ากับฟีเจอร์ใหม่ใน Google Street View ที่เพิ่ม Driving Mode เข้ามาให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการช่วยอัปเดตข้อมูลภาพของถนนเส้นต่าง ๆ ที่ขับผ่านได้

เนื่องจากถนนหนทางแต่ละแห่ง รวมถึงสถานที่รอบข้างอาจมีหน้าตาเปลี่ยนไปบ่อย ๆ ทำให้รถยนต์ที่ติดกล้อง 360° ของ Google อาจจะเก็บข้อมูลได้ไม่ครอบคลุม และไม่ค่อยอัปเดทบ่อยนัก เลยต้องอาศัยความร่วมมือจากเหล่าผู้ใช้ให้ช่วยกันส่งข้อมูลเข้ามาผ่านทาง Driving Mode เพิ่มเติม

จากการทดลองเปิด Driving Mode ตัวแอปจะเปิดใช้งานกล้องหลังทันที และมีปุ่มให้เรากดเพื่อเริ่มบันทึกภาพไปเรื่อย ๆ โดยวิดีโอที่เก็บได้จากโหมดดังกล่าวจะทำการเซ็นเซอร์หน้าคน และป้ายทะเบียนรถแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันปัญหาความเป็นส่วนตัว คาดว่า Google น่าจะเก็บภาพถนนจากผู้ใช้งานหลาย ๆ ราย แล้วนำมาปะติดปะต่อรวมกันให้กลายเป็นภาพแบบ 360° สำหรับใช้ใน Google Street View

อย่างไรก็ตาม Google ยังคงเปิดใช้งานให้ผู้ใช้บางรายได้ทดสอบการใช้ Driving Mode เท่านั้น แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้กับบุคคลทั่วไป ต้องรอติดตามกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : droidsans.com
อ้างอิงรูปภาพ : brandinside.asia