Foot-operated vending machine, avoid touching by hands when you buy drinks

ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ แบบใช้เท้ากด ลดการสัมผัส

การปรับตัวครั้งใหญ่ของยุค New Normal หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 อย่างมากในหลายพื้นที่ หนทางหนึ่งที่จะป้องกันโรคได้ คือลดการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 นั่นเอง

ทาง Dydo ในญี่ปุ่น ได้ออกแบบตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติแบบใช้เท้ากด สั่งซื้อน้ำและเครื่องดื่ม แทนการใช้นิ้วกดปุ่ม เพื่อจะได้ลดการแตะสัมผัสวัตถุใด ๆ ในการสั่งซื้อ โดยใช้เพียงเท้าแตะหมายเลขที่ตรงกับบนแผงปุ่มที่ด้านล่างของตัวตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ อีกทั้งยังใช้เท้า ในการเปิดฝารับกระป๋องน้ำ และเครื่องดื่ม แทนการใช้มือเปิดฝาได้อีกด้วย

ภาพจาก : https://soranews24.com/2020/10/07/first-ever-foot-operated-vending-machine-appears-in-japan-during-pandemic/

อย่างไรก็ตาม ทางแบรนด์ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติอื่น ๆ ก็พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบตู้น้ำให้ปลอดภัยมากขึ้นไปอีก อาทิเช่น เพิ่มแอปฯ สำหรับสั่งซื้อล่วงหน้า และการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ในถาดรับกระป๋องด้านล่าง แต่ยังคงต้องใช้มือเปิดฝารับกระป๋องอยู่ 

จากการทดลองปรับปรุงตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติในหลากหลายรูปแบบ สุดท้ายก็ได้เห็นตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติแบบใหม่ที่ป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : soranews24.com

Chatbot ‘AWAY COVID-19’ on LINE App, Check for make sure to far away from Coronavirus disease areas

แชตบอตใหม่ AWAY COVID-19 เช็กก่อนไป
ห่างไกลพื้นที่เสี่ยง ผ่านแอป LINE

ในสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในตอนนี้ ถ้าเราจะไปไหนก็ควรเช็กให้ชัวร์ก่อน ว่าสถานที่นั้น ๆ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ วันนี้เรามาแนะนำแชตบอต “Away Covid-19” แพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ผ่านแอป LINE ที่จะช่วยเตือนเมื่อเข้าพื้นที่เสี่ยง และตรวจสอบข้อมูลของตำแหน่งผู้ติดเชื้อบนแผนที่ได้แบบ Interactive

โดยแชตบอต Away Covid-19 นี้จะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการแสดงจุด หรือพื้นที่ที่มีเคสโควิด-19 ก่อนหน้า ไว้บนแผนที่ ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า จุดไหนบ้างที่เป็นพื้นที่เสี่ยงโรคโควิด-19 ในระลอกใหม่ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การใช้งานที่ง่าย เพียงแค่เพิ่มเพื่อน@AWAYCOVID19 ในแอป LINE ก็สามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นใหม่ให้ยุ่งยาก

มีการเตือนก่อนเข้าพื้นที่มีเคสว่าในพื้นที่ใกล้ ๆ เราตอนนี้ มีเคสพบผู้ติดเชื้ออยู่หรือไม่ เราเลือกปรับรัศมีการตรวจสอบ และช่วงเวลาตรวจสอบย้อนหลังได้ และเราสามารถเลือกกดดู เคสต่าง ๆ ที่ปรากฎบนแผนที่ เพื่อดูรายละเอียด Timeline ของผู้ป่วยแต่ละรายได้

จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะแสดงออกมาเป็นข้อมูลตัวเลขที่ได้รับการยืนยันแล้วในประเทศไทยในรูปแบบกราฟฟิค และสถิติที่ดูเข้าใจได้ง่าย

อีกทั้งยังแสดงข้อมูลของโรงพยาบาล, สถานพยาบาล และจุดตรวจ Covid-19 ในพื้นที่ใกล้ ๆ เรา ช่วยให้เราค้นหาได้ง่ายและกดนำทางไปยังโรงพยาบาลได้อีกด้วย

ข้อมูลต่าง ๆ ที่ปรากฏในแชตบอต Away Covid-19 นี้ จะเป็นการรวบรวมของทาง Mapedia จากรายงาน และแหล่งข่าวที่เผยแพร่ออกมา ถือว่าเป็นอีกช่องทางที่สะดวกในการตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น

สามารถเข้าไปใช้งานได้แล้ววันนี้ เพียงเข้าแอป LINE แล้วแอดเพิ่มเพื่อนบัญชี LINE ID: @AWAYCOVID19

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com / beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com

IBM warns !! Hackers are targeting firms critical to COVID-19 vaccine ‘cold chain’

IBM เตือน!! แฮคเกอร์เล็งโจมตีกระบวนการขนส่งวัคซีน COVID-19

 IBM หรือบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส แมชชีน ได้ออกรายงานมาเตือนภัยบริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อ COVID-19 ว่าอาจจะตกเป็นเหยื่อการโจมตีทางไซเบอร์ของเหล่าแฮคเกอร์ได้ หลังจากมีสัญญาณว่าแฮกเกอร์กำลังมุ่งความสนใจไปที่การทำงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งวัคซีนต้านเชื้อ COVID-19 และอาจจะใช้จังหวะนี้เป็นโอกาสเข้าถึงข้อมูล

ในการวิจัยพัฒนาล่าสุดนั้น ได้มีการพูดถึง Cold Chain หรือการเก็บวัคซีนไว้ให้อยู่ในอุณหภูมิความเย็นที่เหมาะสมระหว่างการจัดส่ง ทาง IBM เปิดเผยบนบล็อกของบริษัทว่า ฝ่ายรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ IBM พบว่ามีการส่งอีเมลหลอกลวง หรือ ฟิชชิง (Phishing) ไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Cold Chain นี้ โดยมีกลุ่มแฮคเกอร์กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเก็บรักษาวัคซีนที่อุณหภูมิต่ำ ได้ใช้วิธีการส่งอีเมลในนามของผู้บริหาร บริษัทไฮเออร์ ไบโอเมดิคัล (Haier Biomedical) ซึ่งเป็นบริษัทจีนที่ให้บริการขนส่งวัคซีนในอุณหภูมิต่ำ และการจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ 

และรายงานได้ระบุว่า เหล่าแฮคเกอร์ได้ทำการส่งอีเมลหลอกลวงในนามของไฮเออร์ไปยังองค์กรต่าง ๆ ราว 10 แห่งแล้ว โดยพุ่งเป้าไปที่สำนักงานอำนวยการสหภาพภาษี และศุลกากรของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีและศุลกากรทั่วสหภาพยุโรป และเป็นผู้ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ทางสื่อต่างประเทศมีการคาดการณ์ว่า ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นฝีมือของเหล่าแฮคเกอร์ระดับประเทศ เพราะหากเป็นกลุ่มทั่วไป น่าจะโจมตีหรือทำอะไรที่ทำเงินได้ง่ายกว่านี้ 

ทั้งนี้ล่าสุดยังไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียหายจากอีเมลหลอกลวงดังกล่าว แต่คงต้องคอยติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังกันต่อไป

 ขอบคุณข้อมูลจาก : gamingdose.com , ryt9.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com

AI model detects asymptomatic COVID-19 infections through cellphone-recorded coughs

แบบจำลอง AI ตรวจจับ “เสียงไอ” ผู้เสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 ผ่านแอปพลิเคชันมือถือ

“เราติด COVID-19 แล้วหรือยัง ?” เป็นคำถามที่คอยหาคำตอบกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เรามีอาการไอ หรือจามออกมา แต่หลายคนก็ยังคงไม่รู้คำตอบ เพราะหากติดเชื้อ COVID-19 จริง อาการจะเริ่มแสดงภายใน 1-14 วัน ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะรู้ตัวเมื่อผ่านไปแล้ว 5 วัน

ด้วยเทคโนโลยีที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการคิดค้นขึ้นมา จะทำให้ทุกคนไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเราอาจสามารถตรวจเช็คอาการไอจามของตัวเองได้ด้วย AI บนมือถือ

AI (Artificial Intelligence) สามารถจดจำการไอของผู้มีเชื้อ COVID-19 และสามารถตรวจจับเสียงไอของผู้เสี่ยงติดเชื้อได้อย่างแม่นยำ แม้ในระยะนั้นผู้ป่วยจะยังไม่แสดงอาการของ COVID-19 เลยก็ตาม ซึ่งเป็นพัฒนาด้วย Algorithm แบบเดียวกับเครือข่ายระบบประสาทของมนุษย์ หรือ Neural Network

โดยการทำงานที่เหมือนระบบประสาทของมนุษย์นั้น จะมีหน้าที่แบ่งออกไป 3 อย่างด้วยกันคือ 

  1. ระบบมีหน้าที่ตรวจจับความรุนแรงของเสียงไอ 
  2. มีหน้าที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวของสภาวะทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยจะมีเมื่อติดเชื้อ
  3. ตรวจวัดประสิทธิภาพการหายใจ วัดความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ และรายงานผล

รายงานระบุว่า AI ดังกล่าวกำลังได้รับการพัฒนาลงแอปพลิเคชันตัวหนึ่ง เพื่อใช้กับสมาร์ทโฟน โดยในการทดสอบเบื้องต้น นักพัฒนาได้ให้ระบบจดจำเสียงไอจาก 10,000 ตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ระบบสามารถจดจำเสียงไอของผู้ติดเชื้อได้ 98.5 เปอร์เซ็นต์ และจดจำเสียงไอของผู้ไม่ติดเชื้อได้แม่นยำถึง 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 

เทคโนโลยีนี้ก็ยังคงไม่สามารถนำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ เพราะอาการของผู้ติดเชื้อนั้นอาจมีเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ทำให้มีการไอคล้ายกัน แต่เทคโนโลยีนี้ก็น่าจะช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : news.mit.edu / freepik.com