Apple begins studying whether the Apple Watch can predict respiratory illnesses like COVID-19

อนาคต Apple Watch อาจทำนายอาการป่วยไข้หวัดอย่าง
โควิด-19 ได้หรือไม่

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานว่า โครงการวิจัยการทดสอบใช้ฟีเจอร์เช็คสุขภาพบน Apple Watch ที่สามารถช่วยในการวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ หรือแม้กระทั่งเช็คอาการของผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ทาง Apple ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยวอชิงตันเรียบร้อยแล้ว และการวิจัยกำลังดำเนินไปสู่การทดลองผ่านอาสาสมัครที่อาศัยอยู่ภายในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ซึ่งผู้ทดสอบทุกคนจะมีอายุ 22 ปีขึ้นไป และใช้ iPhone 6s เป็นอย่างน้อย เนื่องจากแอป Apple Research รองรับอุปกรณ์ขั้นต่ำเป็น iPhone 6s

โดยโครงการนี้ได้ทำการออกมาเปิดเผยตั้งแต่ช่วงกันยายน ปี 2563 แล้ว ทั้งนี้กระบวนการวิจัยจะใช้เวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยให้อาสาสมัครสวม Apple Watch ตลอดทั้งวันทั้งคืนนานถึง 6 เดือน ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องคอยบันทึกข้อมูลแบบสอบถามอาการตัวเองเป็นระยะ ๆ ทุกสัปดาห์ผ่านแอปพลิเคชัน Apple Research โดยงานวิจัยนี้มีผู้ป่วยติดโควิด-19 เข้าร่วมด้วย แน่นอนว่าข้อมูลของทุกคนเป็นความลับ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 สถาบันวิจัยทางการแพทย์อย่าง Mount Sinaig ของสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์บทความหนึ่ง เปิดเผยว่าฟีเจอร์เช็คสุขภาพบน Apple Watch สามารถใช้เช็คอาการติดเชื้อได้ด้วยการวัดระดับอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งในช่วงต้นผู้ป่วยจะมีอัตราการเต้นหัวใจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนเข้าสู่ช่วงที่อาการปรากฏ

ขณะเดียวกันนักวิจัยของ Stanford และ The UW project ก็ออกมาสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย และเชื่อว่าในอนาคต Apple อาจเปิดตัวฟีเจอร์นี้ บน WatchOS เวอร์ชันใหม่

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : engadget.com / pexels.com

Facebook released a suite of #SongkranTogether fun features

Facebook ปล่อยฟีเจอร์ SongkranTogether รับสงกรานต์นิวนอร์มอล

Facebook ฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างมีสไตล์แบบออนไลน์ เปิดตัวฟีเจอร์ SongkranTogether ด้วยเอฟเฟ็กต์​เจ๋ง ๆ

เฟซบุ๊ก ประเทศไทย จับมือกับ “ก้องกาน” หรือ นายกันตภณ เมธีกุล ศิลปินไทยที่มีผลงานระดับโลก ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผลงานศิลปะสไตล์ Teleport หรือ หลุมดำ เปิดตัวฟีเจอร์ฉลองเทศกาลสงกรานต์แบบออนไลน์ผ่านกิจกรรม #SongkranTogether เพื่อให้คนไทยได้เชื่อมต่อถึงกันอย่างปลอดภัย ในระหว่างที่พวกเรายังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 

โดยพันธกิจของเฟซบุ๊กคือ ต้องการเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ผ่านเทรนด์ใหม่ล่าสุด AR Effect บนสตอรี่ กรอบรูปโปรไฟล์ของ Facebook และสติ๊กเกอร์ชุดใหม่

จากผลการศึกษาของเฟซบุ๊กที่ทำร่วมกับอิปซอสส์ สำรวจผู้บริโภค 12,500 อายุ 18-64 ปี จาก 14 ประเทศ ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2563 พบว่า AR (Augmented Reality) กำลังจะกลายเป็นบริการดิจิทัลขั้นพื้นฐานที่แบรนด์ และแพลตฟอร์มต้องมีให้ผู้บริโภค โดย 81% ต้องการใช้ AR ในแพลตฟอร์ม จึงทำฟีเจอร์ใหม่ออกมาในรูปแบบ AR Effect บนไอจีสตอรี่ที่สามารถแชร์ไปยังเฟซบุ๊กได้ รวมไปถึงการเพิ่มกรอบรูปสงกรานต์บนโปรไฟล์เฟซบุ๊ก และ GIPHY Sticker สงกรานต์ โดย ฟีเจอร์ SongkranTogether เปิดให้ใช้งานแล้วผ่านเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

ขอบคุณข้อมูลจาก : prachachat.net 
อ้างอิงรูปภาพ : FacebookThailand

Mark Zuckerberg Announces Facebook’s Plans to Help Get People Vaccinated Against COVID-19

Mark Zuckerberg ประกาศแผนของ Facebook เพื่อช่วยให้ผู้คนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19

Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง facebook ได้เปิดตัวแอปที่ช่วยค้นหาและจองฉีดวัคซีน COVID-19 ได้อย่างทั่วถึง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แอปนี้สามารถช่วยให้ผู้คนค้นพบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ COVID-19 จากกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่และองค์การอนามัยโลก โดย facebook ได้เชื่อมผู้ใช้กว่า 2 พันล้านคนเข้ากับข้อมูลที่เชื่อถือได้ และทาง facebook ตั้งเป้าที่จะช่วยให้ผู้คน 50 ล้านคนให้สามารถเข้าถึงการฉีดวัคซีนมากขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้ง facebook ยังกำลังช่วยให้ผู้คนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีน และสามารถค้นหาที่ฉีกวัดวัคซีนได้ โดยระบุตำแหน่งและเวลาทำการ ผ่านแอปในเครือ Facebook

Facebook จะช่วยค้นหาและจองฉีดวัคซีน COVID-19 ตามแผนดังนี้

  • เครื่องมือในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้คนเกี่ยวกับสถานที่ และเวลาที่จะได้รับวัคซีน ขยายศูนย์ข้อมูล COVID-19 ไปยัง Instagram
  • การขยายแชทบอทของ WhatsApp เพื่อให้ผู้คนลงทะเบียนเพื่อรับการฉีดวัคซีน กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และรัฐบาล
  • เพิ่มป้ายข้อความกำกับเกี่ยวกับวัคซีน เพื่อแสดงข้อมูลเพิ่มเติมจากองค์การอนามัยโลก สร้างรายงานสถิติรวมในการฉีดวัคซีน COVID-19 แบบเรียลไทม์
  • Facebook ได้มีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้รับการฉีดวัคซีนและกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างปลอดภัย โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อเข้าถึงข้อมูลผู้คนอย่างรวดเร็ว

Facebook จะช่วยในการค้นหาว่าสามารถรับการฉีดวัคซีนได้จากที่ไหน และเมื่อใด
Facebook ร่วมมือกับโรงพยาบาลเด็กบอสตัน เพื่อเสนอเครื่องมือในการช่วยให้ผู้คนระบุสถานที่ใกล้เคียงเพื่อรับวัคซีน สถานที่ในเครื่องมือนี้จะจัดทำโดย VaccineFinder รวมถึงข้อมูลเวลาทำการสำหรับติดต่อ และลิงก์เพื่อนัดหมาย คุณสามารถเข้าถึงเครื่องมือนี้ได้ในศูนย์ข้อมูล COVID-19 ที่รองรับในภาษาต่าง ๆ 71 ภาษา และมีแผนจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกด้วย

การขยายศูนย์ข้อมูล COVID-19 ไปยัง Instagram
Facebook ได้ขยายศูนย์ข้อมูล COVID-19 ไปยัง Instagram ทั่วโลก นอกจากนี้เรายังเปิดตัวสติกเกอร์ใหม่บน Instagram Stories เพื่อให้ผู้คนสามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้อื่นได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อพร้อมใช้งาน
facebook ร่วมมือกับหน่วยงานด้านสุขภาพและรัฐบาลในการขึ้นทะเบียนวัคซีน จนถึงปัจจุบันมีการส่งข้อความกว่า 3 พันล้านข้อความจากรัฐบาลองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และองค์กรระหว่างประเทศถึงประชาชนผ่านแชทบอทอย่างเป็นทางการของ WhatsApp เกี่ยวกับ COVID-19 ขณะนี้ facebook กำลังทำงานโดยตรงกับหน่วยงานด้านสุขภาพและรัฐบาลเพื่อรับผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อรับการฉีดวัคซีน

เปิดลงทะเบียนผ่านแชทบอท รับวัคซีน COVID-19 ผ่านทาง WhatsApp
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมือง และจังหวัดบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ประกาศว่า WhatsApp จะเป็นช่องทางอย่างเป็นทางการในการส่งการแจ้งเตือนไปยังประชาชนเมื่อถึงเวลารับวัคซีน
สายด่วน WhatsApp ในประเทศบราซิล ถูกใช้เป็นข้อมูลและช่องทางการสนับสนุนสำหรับผู้อยู่อาศัยใน Serrana ซึ่งหน่วยงานด้านสุขภาพกำลังทดสอบโครงการฉีดวัคซีนจำนวนมากครั้งแรกในประเทศ
กระทรวงสาธารณสุข อินโดนีเซีย ได้เริ่มขั้นตอนที่ 2 ของการลงทะเบียนวัคซีนผ่านทาง WhatsApp โดยขยายการลงทะเบียนวัคซีนจากพนักงาน แพทย์แนวหน้า ไปยังผู้สูงอายุ รัฐบาลและหน่วยงานด้านสุขภาพอื่น ๆ รวมทั้งแอฟริกาใต้และองค์การอนามัยโลก กำลังเริ่มรวมข้อมูลวัคซีนที่ทันสมัยไว้ในสายด่วนด้านสุขภาพ

facebook ร่วมกรองข่าว ป้องกันเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัคซีน COVID-19
ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า Facebook จะเปิดตัวป้ายกำกับในทุกโพสต์โดยทั่วไปเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งชี้ให้ผู้คนไปที่ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ทั่วโลก และวางแผนที่จะเพิ่มเติมป้ายกำกับเกี่ยวกับหัวข้อย่อยวัคซีน เพื่อการลดการกระจายข่าวปลอมเกี่ยวกับวัคซีน

เปิดเว็บไซต์รายงานการฉีดวัคซีน COVID-19 จากทั่วโลก
Facebook ได้เปิดตัว CrowdTangle COVID-19 Vaccine Live Displays สำหรับรายงานสถานการณ์การรับการฉีดวัคซีน ผ่านทาง CrowdTangle ของ COVID-19 ซึ่งมีการรายงานผลแบบ realtime โดยมี Live Displays สำหรับ 104 ประเทศ และ 50 รัฐในสหรัฐอเมริกาเพื่อช่วยองค์กร รวมไปถึงสื่อมวลชนในการติดตามโพสต์ และแนวโน้มการเข้าถึงวัคซีนในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : about.fb.com

Foot-operated vending machine, avoid touching by hands when you buy drinks

ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ แบบใช้เท้ากด ลดการสัมผัส

การปรับตัวครั้งใหญ่ของยุค New Normal หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 อย่างมากในหลายพื้นที่ หนทางหนึ่งที่จะป้องกันโรคได้ คือลดการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 นั่นเอง

ทาง Dydo ในญี่ปุ่น ได้ออกแบบตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติแบบใช้เท้ากด สั่งซื้อน้ำและเครื่องดื่ม แทนการใช้นิ้วกดปุ่ม เพื่อจะได้ลดการแตะสัมผัสวัตถุใด ๆ ในการสั่งซื้อ โดยใช้เพียงเท้าแตะหมายเลขที่ตรงกับบนแผงปุ่มที่ด้านล่างของตัวตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ อีกทั้งยังใช้เท้า ในการเปิดฝารับกระป๋องน้ำ และเครื่องดื่ม แทนการใช้มือเปิดฝาได้อีกด้วย

ภาพจาก : https://soranews24.com/2020/10/07/first-ever-foot-operated-vending-machine-appears-in-japan-during-pandemic/

อย่างไรก็ตาม ทางแบรนด์ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติอื่น ๆ ก็พยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบตู้น้ำให้ปลอดภัยมากขึ้นไปอีก อาทิเช่น เพิ่มแอปฯ สำหรับสั่งซื้อล่วงหน้า และการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ในถาดรับกระป๋องด้านล่าง แต่ยังคงต้องใช้มือเปิดฝารับกระป๋องอยู่ 

จากการทดลองปรับปรุงตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติในหลากหลายรูปแบบ สุดท้ายก็ได้เห็นตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติแบบใหม่ที่ป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : soranews24.com

Chatbot ‘AWAY COVID-19’ on LINE App, Check for make sure to far away from Coronavirus disease areas

แชตบอตใหม่ AWAY COVID-19 เช็กก่อนไป
ห่างไกลพื้นที่เสี่ยง ผ่านแอป LINE

ในสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ในตอนนี้ ถ้าเราจะไปไหนก็ควรเช็กให้ชัวร์ก่อน ว่าสถานที่นั้น ๆ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ วันนี้เรามาแนะนำแชตบอต “Away Covid-19” แพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ผ่านแอป LINE ที่จะช่วยเตือนเมื่อเข้าพื้นที่เสี่ยง และตรวจสอบข้อมูลของตำแหน่งผู้ติดเชื้อบนแผนที่ได้แบบ Interactive

โดยแชตบอต Away Covid-19 นี้จะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการแสดงจุด หรือพื้นที่ที่มีเคสโควิด-19 ก่อนหน้า ไว้บนแผนที่ ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า จุดไหนบ้างที่เป็นพื้นที่เสี่ยงโรคโควิด-19 ในระลอกใหม่ และมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การใช้งานที่ง่าย เพียงแค่เพิ่มเพื่อน@AWAYCOVID19 ในแอป LINE ก็สามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นใหม่ให้ยุ่งยาก

มีการเตือนก่อนเข้าพื้นที่มีเคสว่าในพื้นที่ใกล้ ๆ เราตอนนี้ มีเคสพบผู้ติดเชื้ออยู่หรือไม่ เราเลือกปรับรัศมีการตรวจสอบ และช่วงเวลาตรวจสอบย้อนหลังได้ และเราสามารถเลือกกดดู เคสต่าง ๆ ที่ปรากฎบนแผนที่ เพื่อดูรายละเอียด Timeline ของผู้ป่วยแต่ละรายได้

จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะแสดงออกมาเป็นข้อมูลตัวเลขที่ได้รับการยืนยันแล้วในประเทศไทยในรูปแบบกราฟฟิค และสถิติที่ดูเข้าใจได้ง่าย

อีกทั้งยังแสดงข้อมูลของโรงพยาบาล, สถานพยาบาล และจุดตรวจ Covid-19 ในพื้นที่ใกล้ ๆ เรา ช่วยให้เราค้นหาได้ง่ายและกดนำทางไปยังโรงพยาบาลได้อีกด้วย

ข้อมูลต่าง ๆ ที่ปรากฏในแชตบอต Away Covid-19 นี้ จะเป็นการรวบรวมของทาง Mapedia จากรายงาน และแหล่งข่าวที่เผยแพร่ออกมา ถือว่าเป็นอีกช่องทางที่สะดวกในการตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น

สามารถเข้าไปใช้งานได้แล้ววันนี้ เพียงเข้าแอป LINE แล้วแอดเพิ่มเพื่อนบัญชี LINE ID: @AWAYCOVID19

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com / beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com