Google has launched a new “Find Food Support” website to help you locate local US food banks

Find Food Support เว็บไซต์ใหม่ของ Google ช่วยค้นหาธนาคารอาหารในสหรัฐฯ

ในปี 2020 สหรัฐฯ มีประชาชน 45 ล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารราคาไม่แพงได้รวมถึงเด็กที่ไม่ได้รับอาหารกลางวันจากโรงเรียน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 30% และคาดการณ์ว่าปี 2021 จะลดลงเล็กน้อยเหลือ 42 ล้านคน โดยเป็นเด็ก 13 ล้านคน และหนึ่งในนั้น 25% เป็นคนผิวดำ

ธนาคารอาหาร (Food bank) เป็นสถานสงเคราะห์ที่สนับสนุนอาหารแจกฟรีให้แก่ผู้ยากจนหรือคนไร้บ้าน ถ้าในโซนเอเชียก็จะประมาณโรงเจหรือโรงทานนั่นเอง ส่วนตู้กับข้าว (Food pantry) นั่นก็คือตู้ปันสุขในบ้านเราที่ใช้แจกแบ่งปันอาหารแก่ผู้ยากไร้ และโปรแกรมอาหารกลางวันของโรงเรียนจะช่วยจัดหาอาหารให้กับนักเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงที่โรงเรียนปิดเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในสหรัฐฯ

ล่าสุดกูเกิล (Google) ได้เปิดตัวเว็บไซต์ Find Food Support สำหรับให้บริการค้นหาแหล่งอาหารแจกฟรีและราคาไม่แพงที่อยู่ใกล้แก่ผู้คนในสหรัฐฯ เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด 19 ส่งผลให้ผู้คนตกงานหรือรายได้ลดลงจนกลายเป็นผู้หิวโหยที่ขาดแคลนอาหารเป็นจำนวนมาก โดยให้กรอกที่อยู่เพื่อค้นหา จากนั้นจะแสดงแผนที่ Google Maps บอกตำแหน่งธนาคารอาหาร​ ตู้กับข้าว และโปรแกรมอาหารกลางวันของโรงเรียนที่อยู่ใกล้ พร้อมด้วยเวลาเปิดให้บริการหรือมีเบอร์โทรให้ติดต่อก่อนจะเข้าไป

นอกจากนี้เว็บไซต์ยังช่วยเป็นตัวกลางเชิญชวนให้ผู้ที่ต้องการบริจาคอาหารสามารถร่วมเติมอาหารหรือเปิดตู้กับข้าวแจกอาหารได้ โดยมีอาสาสมัครในการจัดทำอาหาร ส่งอาหาร และเก็บกวาดเศษอาหารเพื่อไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยขอรับบริจาควัตถุดิบจากเกษตรกรสำหรับการปรุงหรือผลิตอาหารอีกด้วย

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกูเกิ้ล, องค์กรการกุศล No Kid Hungry Organization ที่ช่วยจัดหาอาหารให้กับเด็กยากไร้และกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) ซึ่งเว็บไซต์จะใส่สถานที่แหล่งอาหาร 90,000 แห่งพร้อมด้วยอาหารฟรีที่แจกจ่ายทั่ว 50 รัฐและเพิ่มสถานที่ใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีกในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : findfoodsupport.withgoogle.com / engadget.com

El Salvador plans to make it the world’s first country to adopt “Bitcoin” as legal tender

เอลซัลวาดอร์ วางแผนดันให้เป็นประเทศแรกของโลก
ใช้ Bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย

การประชุม Bitcoin 2021 ในไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกยกให้เป็นงาน Bitcoin ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล ได้ประกาศความร่วมมือระหว่างเอลซัลวาดอร์ กับบริษัทกระเป๋าเงินดิจิทัล Strike เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยใช้เทคโนโลยี Bitcoin แต่ด้วยความจริงที่ว่าจะมี Bitcoin อยู่เพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น จึงทำให้ Bitcoin ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ถือเป็นสินทรัพย์ และไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งอย่างเต็มที่ 

ล่าสุดสำนักข่าว CNBC รายงานว่า เอลซัลวาดอร์ วางแผนเตรียมผลักดันกฎหมายที่จะทำให้เป็นประเทศอธิปไตยแรกของโลกที่นำ Bitcoin มาใช้เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย ควบคู่ไปกับดอลลาร์สหรัฐ โดยประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล กล่าวว่า “สัปดาห์หน้าฉันจะส่งร่างกฎหมายที่จะทำให้ Bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย” โดยพรรค Nuevas Ideas ของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล มีอำนาจควบคุมสภานิติบัญญัติของประเทศ ดังนั้นการผ่านร่างกฎหมายจึงมีความเป็นไปได้สูง

ทั้งนี้เอลซัลวาดอร์ เป็นประเทศแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในอเมริกากลาง ซึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศมีการใช้เงินสดเป็นหลัก โดยประมาณ 70% ของคนไม่มีบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิต การส่งเงินกลับบ้านของแรงงานที่ทำงานในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเอลซัลวาดอร์

ขณะที่ แจ็ค มัลเลอร์ส ผู้ก่อตั้ง Strike กล่าวว่า “สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในที่นี้คือ Bitcoin เป็นทั้งสินทรัพย์สำรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างมา และเป็นเครือข่ายการเงินที่ยิ่งใหญ่ การถือครอง Bitcoin เป็นวิธีในการปกป้องประเทศกำลังพัฒนา จากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อของสกุลเงิน”

และ อดัม แบ็ก ซีอีโอของ Blockstream ได้ออกมากล่าวว่า “มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่กำลังจะเป็นประเทศแรกที่จะดำเนินการซื้อ Bitcoin อย่างถูกกฎหมาย” พร้อมได้เสริมอีกว่า ยินดีที่จะช่วยเอลซัลวาดอร์ในการเดินทางไปสู่การนำมาตรฐาน Bitcoin มาใช้

ขอบคุณข้อมูลจาก : thestandard.co
อ้างอิงรูปภาพ : th.pngtree.com / unsplash.com

Apple begins studying whether the Apple Watch can predict respiratory illnesses like COVID-19

อนาคต Apple Watch อาจทำนายอาการป่วยไข้หวัดอย่าง
โควิด-19 ได้หรือไม่

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานว่า โครงการวิจัยการทดสอบใช้ฟีเจอร์เช็คสุขภาพบน Apple Watch ที่สามารถช่วยในการวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ หรือแม้กระทั่งเช็คอาการของผู้ป่วยไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ทาง Apple ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยวอชิงตันเรียบร้อยแล้ว และการวิจัยกำลังดำเนินไปสู่การทดลองผ่านอาสาสมัครที่อาศัยอยู่ภายในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ซึ่งผู้ทดสอบทุกคนจะมีอายุ 22 ปีขึ้นไป และใช้ iPhone 6s เป็นอย่างน้อย เนื่องจากแอป Apple Research รองรับอุปกรณ์ขั้นต่ำเป็น iPhone 6s

โดยโครงการนี้ได้ทำการออกมาเปิดเผยตั้งแต่ช่วงกันยายน ปี 2563 แล้ว ทั้งนี้กระบวนการวิจัยจะใช้เวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยให้อาสาสมัครสวม Apple Watch ตลอดทั้งวันทั้งคืนนานถึง 6 เดือน ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องคอยบันทึกข้อมูลแบบสอบถามอาการตัวเองเป็นระยะ ๆ ทุกสัปดาห์ผ่านแอปพลิเคชัน Apple Research โดยงานวิจัยนี้มีผู้ป่วยติดโควิด-19 เข้าร่วมด้วย แน่นอนว่าข้อมูลของทุกคนเป็นความลับ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 สถาบันวิจัยทางการแพทย์อย่าง Mount Sinaig ของสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์บทความหนึ่ง เปิดเผยว่าฟีเจอร์เช็คสุขภาพบน Apple Watch สามารถใช้เช็คอาการติดเชื้อได้ด้วยการวัดระดับอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งในช่วงต้นผู้ป่วยจะมีอัตราการเต้นหัวใจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนเข้าสู่ช่วงที่อาการปรากฏ

ขณะเดียวกันนักวิจัยของ Stanford และ The UW project ก็ออกมาสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย และเชื่อว่าในอนาคต Apple อาจเปิดตัวฟีเจอร์นี้ บน WatchOS เวอร์ชันใหม่

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : engadget.com / pexels.com

Celebrate love with Tech Gift Ideas for Valentine’s Day

ไอเดียของขวัญเทคสุดล้ำ ฉลองความรักสุดโรแมนซ์รับวันวาเลนไทน์

สุขสันต์วันวาเลนไทน์…เทศกาลแห่งความรักที่ทุกคนต่างเตรียมของขวัญมอบให้กับคนที่คุณรัก เรามีไอเดียของขวัญเทคสุดพิเศษมาแนะนำ 
สำหรับใครที่ไม่ชอบความจำเจของขวัญธรรมดาอย่างดอกไม้ หรือช็อกโกแลต เราขอนำเสนอของขวัญเทค และ Gadgets อินเทรนด์ ที่ไม่ว่าคุณและคนรักจะเป็นคู่รักสายแอดเวนเจอร์ชอบออกไปเที่ยวนอกบ้าน หรือคู่รักสาย Stay Home สร้างความหวานกันอยู่ที่บ้าน รับรองได้ว่าของขวัญเทคจะสร้างความประทับใจให้กับคนที่คุณรักอย่างไม่รู้ลืมแน่นอน

ของขวัญเทค คู่รักนักเดินทาง 
ไอเท็มแรกสำหรับคู่รักนักท่องเที่ยวคือ “สมาร์ทโฟน ” ที่มาพร้อมกับกล้องคมชัด สักเครื่อง ให้คุณพกพาไปด้วยกันได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เวลาว่างในการไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ออกไปชิลที่คาเฟ่สุดชิค แค้มป์ปิ้งบนยอดเขารับลม หรือแม้กระทั่งนั่งชิลริมทะเลกับหาดทราย ก็สามารถถ่ายรูปได้ง่าย ๆ ด้วยสมาร์ทโฟน เพื่อบันทึกความทรงจำ พร้อมโพสต์ลงโซเชียลเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้อีกด้วย

ภาพจาก : https://www.pexels.com/th-th/photo/1092671/

ของขวัญเทค คู่รักสายชิล
อีกหนึ่งไอเดียเก๋สุดโรแมนติกขอยกให้กับ “ หูฟังไร้สาย ” เพียงแค่เพิ่มกิมมิคตอนให้ของขวัญด้วยการสร้างเพลย์ลิสต์เพลงโปรดที่คุณเคยมีความทรงจำร่วมกัน พร้อมส่งให้เป็นของขวัญพร้อมกับหูฟังไร้สาย เชื่อเลยว่าคนที่คุณรักจะต้องปลื้มซึ้งมากอย่างแน่นอน

ภาพจาก : https://www.pexels.com/th-th/photo/5081399/

ของขวัญเทค คู่รักสายติดบ้าน (Home Lover)
ไม่เพียงเท่านั้นสำหรับคู่รักที่นิยามความสมบูรณ์แบบของวันหยุดด้วยการอยู่บ้าน ยังมี “สมาร์ททีวี” เพื่อนอนดูหนังเรื่องใหม่สุดโรแมนติก หรือรับชมซีรีย์เรื่องโปรดแบบรวดเดียวจบบนสตรีมมิงแพลตฟอร์ม หรือใช้เวลาเล่นวิดีโอเกมโปรดไปด้วยกัน ต้องไม่พลาดของขวัญชินนี้เพราะจะช่วยให้คุณทั้งคู่ดื่มด่ำไปกับความบันเทิงสุดโปรดได้อย่าเต็มที่

ภาพจาก : https://www.pexels.com/th-th/photo/4009409/

ของขวัญเทค คู่รักสายมาสเตอร์เชฟ
หากคุณทั้งคู่เป็นข้าวใหม่ปลามันที่สนุกกับการทำอาหาร ขอแนะนำ Smart Kitchen
เทคโนโลยีที่ได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาใช้ในการพัฒนา และควบคุมห้องครัว ที่จะทำให้คุณได้รับความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์ห้องครัว เพื่อให้คุณทั้งคู่สามารถรังสรรค์เมนูอาหารสุดโปรดกันออกมาได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

ภาพจาก : https://thethaiger.com/th/news/414040/

หากใครยังไม่ได้เตรียมของขวัญ หรือยังนึกไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ดี สามารถนำไอเดียของขวัญเทคเหล่านี้ไปเลือกซื้อเป็นของขวัญได้ตลอดทั้งเดือนของเทศกาลแห่งความรักนี้ หรือจะนำไอเดียไปเลือกซื้อของขวัญมอบในโอกาสวันพิเศษอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน ดังที่ว่าความรักคือการให้ จึงสามารถมอบของขวัญให้คนที่คุณรักได้ในทุก ๆ วัน ไม่ใช่แค่เพียงวันวาเลนไทน์ เพราะความรักไม่มีวันสิ้นสุด

ขอบคุณข้อมูลจาก : thethaiger.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com / pexels.com

The safe way to gift for Chinese New Year 2021 with e-Hongbao

ตรุษจีนนี้ปลอดภัย มอบ ‘e-อั่งเปา’ แทนเงินสด ลดเสี่ยงติดโควิด-19

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย และเครือข่ายธนาคารต่าง ๆ ร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีนวิถีใหม่ ปลอดภัยรับ New Normal โดยการเชิญชวนประชาชนมอบอั่งเปาให้แก่กันด้วยอั่งเปาดิจิทัล หรือ “e-อั่งเปา” แทนการให้ด้วยเงินสด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่อาจติดต่อได้จากการสัมผัสเหรียญ ธนบัตร และซองอั่งเปา 

ข้อมูลจาก The New England Journal of Medicine พบว่า เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) สามารถมีชีวิตอยู่ในละอองฝอยของการไอ จาม ได้นาน 3 ชั่วโมง สามารถติดอยู่บนธนบัตรได้นานถึง 4 วัน และอยู่บนพลาสติก โลหะได้นานถึง 7 วัน และจากผลการศึกษาของคณะนักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ มีการระบุว่าบนธนบัตร 1 ใบ จะมีเชื้อแบคทีเรียสะสมโดยเฉลี่ย 26,000 ตัว เนื่องจากการใช้ธนบัตรผ่านมือไปหลายต่อ ซึ่งแบคทีเรียเหล่านั้นมีจำนวนมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้อีกด้วย

ภาพจาก : สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ประธานแถลงข่าวงาน “ตรุษจีนนี้ ธนาคารร่วมใจ พัฒนา e-อั่งเปา” ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และเครือข่ายธนาคารต่าง ๆ  กล่าวว่า “ตามประเพณีในวันตรุษจีนมักนิยมแจกอั่งเปา หรือเงินขวัญถุงให้แก่คนในครอบครัว ญาติ และลูกจ้างพนักงาน ด้วยเหรียญ ธนบัตร หรือซองอั่งเปา จึงอาจจะมีการแพร่เชื้อโรคผ่านการสัมผัสได้ กรมอนามัยจึงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และเครือข่ายธนาคารต่าง ๆ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ชวนคนไทยแจกอั่งเปาผ่าน e-อั่งเปา ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ เพื่อลดหรือเลิกการให้อั่งเปาแบบเงินสด ปรับมามอบ อั่งเปาออนไลน์ หรือ e-อั่งเปา แทน โดยการจ่ายเงินผ่าน QR Code การจ่ายเงินผ่าน e–Wallet การโอนเงินผ่านแอปธนาคาร หรือโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ ด้วยมือถือ ทำให้คุณได้รับความสะดวกสบาย และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส 

และสำหรับผู้ที่ต้องซื้อของเซ่นไหว้ ก็สามารถจับจ่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน ลดความแออัด เพิ่มความสะดวกปลอดภัย ได้ของครบ และราคาที่ถูกกว่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อีกทั้งลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 และเมื่อได้รับสินค้าผู้ซื้อต้องสังเกตของเซ่นไหว้ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ว่าสี กลิ่น ผิดปกติหรือไม่ ส่วนคนรับ และคนส่งสินค้าต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยน้ำ สบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ทั้งก่อน และหลังรับบริการ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงโควิด-19 ได้ด้วย”

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : pr.moph.go.th / freepik.com