Twitter will remove the 280 character limit that can be typed at any length

Twitter เตรียมลบลิมิต 280 ตัวอักษร พิมพ์ได้กันยาว ๆ

Twitter ได้เล็งเห็น และต้องการที่ให้ผู้ใช้บนแพลตฟอร์มมีส่วนร่วมในการสนทนาพูดคุยกันอย่างเสรีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือเสียง ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ทางทวิตเตอร์ได้ตัดสินใจประกาศเตรียมลบขีดจำกัดของการทวีตให้พิมพ์ได้ยาวเกิน 280 ตัวอักษรในเร็ว ๆ นี้ ที่เพิ่มมาจาก 140 ตัวอักษรในยุคก่อน ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถทวีตข้อความได้ยาวจุใจ ไม่ต้องสร้างเป็นเธรดสำหรับการทวีตข้อความยาว ๆ

ทวิตเตอร์พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในบทสนทนามากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์คอมมูนิตี้ (Communities) อยู่ในระหว่างการทดสอบที่เปรียบเสมือนกับการสร้างกลุ่มบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน โดยช่วงแรกนี้เป็นช่วงทดสอบ ยังมีให้บริการในบางคอมมูนิตี้ก่อนเท่านั้น ก่อนที่จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างคอมมูนิตี้ได้ภายในปลายปีนี้

ในส่วนของฟีเจอร์พื้นที่การสนทนา (Spaces) จะมีการอัปเดตในหลาย ๆ ด้าน เช่น ผู้ใช้จะสามารถบันทึกคลิปเสียงที่สนทนากันเพื่อฟังย้อนหลัง หลังจากจบเซสชันไปแล้ว ค้นหาห้องสนทนาต่าง ๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โฮสต์สามารถกำหนดราคาสำหรับการเข้าห้องได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเนื้อหา ด้วยฟีเจอร์ Ticketed Spaces และทวิตเตอร์ยังเตรียมเปิดโปรแกรมสำหรับการสนับสนุนด้านการเงิน เทคนิค และมาร์เก็ตติ้งให้กับครีเอเตอร์โดยเฉพาะอีกด้วย

ภาพจาก : sanook.com

อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์ด้วยฟีเจอร์ Super Follow ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับ Patreon หรือ OnlyFans ที่ครีเอเตอร์จะสามารถสร้างคอนเทนต์พิเศษพร้อมเรียกค่าเข้าชมเป็นรายเดือนจากผู้เข้าชมได้ โดยสามารถใช้ได้แล้วในสหรัฐฯ และแคนาดา และจะขยายสู่ทั่วโลกในเร็ว ๆ นี้ ผู้ใช้ยังสามารถผูกบัญชีทวิตเตอร์กับกระเป๋าคริปโตเพื่อการโชว์ผลงาน NFT ที่เป็นเจ้าของได้ด้วย รวมถึงฟีเจอร์ทิปส์ (Tips) ที่ครีเอเตอร์สามารถเปิดรับเงินจากผู้รับชมได้ จะเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้ทั่วโลกแล้ววันนี้ หลังจากเปิดตัวในสหรัฐฯ ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และผู้ใช้ยังสามารถชำระเงินสำหรับทิปส์เป็นเงินบิทคอยน์​ (BTC) ผ่านแอป Strike ได้แล้ว

ภาพจาก : sanook.com

นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นในการให้ผู้ใช้สามารถควบคุมบัญชีหรือโปรไฟล์ได้เอง รวมถึงอำนวยความสะดวกในการบล็อกบัญชีของผู้ใช้ที่มีความคล้ายคลึงกับบัญชีที่ผู้ใช้เคยบล็อกไปก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ใช้จะสามารถลบผู้ติดตาม ลบตัวเองจากทวีตที่มีการกล่าวถึง หรือการคัดกรองคำที่ไม่ต้องการในข้อความตอบกลับ

ภาพจาก : sanook.com

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://twitter.com/HiCommunities

TikTok Announces ‘TikTok World’ Showcase Event for September 28th

TikTok ประกาศงานโชว์เคส ‘TikTok World’ 28 กันยายนนี้

เพื่อช่วยให้แบรนด์ได้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ขณะนี้สำหรับ TikTok ได้เปรียบเสมือนแพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วยเครื่องมือที่ช่วยเหลือด้าน eCommerce ล่าสุด TikTok กำลังจะจัด ‘TikTok World’ งานโชว์เคสครั้งแรกในวันที่ 28 ก.ย. นี้ โดยภายในงานจะเป็นการพรีวิวเกี่ยวกับแนวทางต่อไปของ TikTok ที่คาดว่าจะเต็มไปด้วยรายละเอียดของโปรแกรมต่าง ๆ ที่วางแผนไว้

ภาพจาก : socialmediatoday.com

จากที่ ByteDance บริษัทแม่ได้พึ่งเข้าซื้ออุปกรณ์ VR maker ของ Pico ซึ่งนั่นทำให้ TikTok สามารถเปิดโอกาสให้คลิปวิดีโอก้าวเข้าสู่รูปแบบของ Virtual ได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังได้ทดสอบวิดีโอยาวที่เพิ่มโอกาสให้ได้ลองสิ่งใหม่ ๆ และฟังก์ชันการไลฟ์สตรีมแบบแอดวานซ์ รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับ AR Effect Studio ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างเอฟเฟ็กต์ AR ของตัวเองได้ และสิ่งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำไปพูดถึงใน TikTok World

ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า TikTok จะพัฒนาไปในทิศทางไหนบ้าง แต่นี่ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับก้าวต่อไปของแอปในการที่จะหาทางพัฒนาเทรนด์ และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้อยู่เสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : rainmaker.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://www.socialmediatoday.com/news/tiktok-announces-tiktok-world-showcase-event-for-september-28th/605823/

Twitter Spaces introduces co-host feature, making it easier to manage your space

Twitter Spaces เปิดตัวฟีเจอร์ “co-host” ให้เพิ่มโฮสต์ร่วมจัดการพื้นที่ของคุณได้ง่ายขึ้น

ล่าสุดทีมงาน Twitter Spaces ได้จัด Community Update ประกาศการอัปเดตที่จะมาในฟีเจอร์ Spaces โดยหนึ่งในการอัปเดตนั้นคือฟีเจอร์  “co-host” หรือความสามารถในการเพิ่มโฮสต์ร่วม 

ทั้งนี้โดยรวมพื้นที่สนทนาจะสามารถเชิญผู้พูดขึ้นมาพูดได้ถึง 10 คน ไม่รวมผู้จัด 1 คน และโฮสต์ร่วมอีก 2 คน รวมเป็น 13 คน ซึ่งปกติแล้วผู้สร้างห้องเท่านั้นที่จะเป็นผู้ควบคุมสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ในห้องได้

การเพิ่มโฮสต์ร่วมนั้น ผู้สร้างห้องจะสามารถเชิญผู้เข้าร่วมขึ้นมาเป็นโฮสต์ร่วมได้สูงสุด 2 คน เพื่อช่วยจัดการพื้นที่สนทนา อาทิ การเชิญผู้พูด จัดการคำขอ เตะผู้เข้าร่วม ปักหมุดทวีต และอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาทวิตเตอร์ได้ประกาศปิดบริการ Fleet สตอรี่เวอร์ชันทวิตเตอร์ไป ทำให้แถบด้านบนในหน้าแรกที่เดิมชื่อ Fleets Line จะถูกเปลี่ยนเป็น Space Bar อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://twitter.com/TwitterSpaces/status/1423333566675628039

Instagram can now automatically translate text in stories

Instagram เพิ่มฟีเจอร์ช่วยแปลภาษาอัตโนมัติในข้อความ Stories

เมื่อปี 2016 Instagram เพิ่มตัวแปลภาษาอัตโนมัติในส่วนของ comment , caption และประวัติของผู้ใช้งาน แต่ยังไม่รวมฟีเจอร์ดังกล่าวในส่วนของโพสต์ Stories ล่าสุด Instagram เพิ่มตัวเลือกใหม่ที่ช่วยแปลภาษาข้อความที่โพสต์ใน Stories อัตโนมัติ ให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจภาษาต่างประเทศในโพสต์ได้

โดย Instagram กล่าวว่าฟีเจอร์การแปลใหม่นี้จะพร้อมใช้งานทั่้วโลก ปัจจุบันรองรับการแปลมากกว่า 90 ภาษาเพื่อให้ผู้ต่างประเทศใช้เข้าใจเนื้อหาที่แชร์ง่ายขึ้น เมื่อพบภาษาต่างประเทศในโพสต์ ระบบจะแสดงตัวเลือก “See Translation” ที่ด้านบนซ้ายของหน้าจอ ผู้ใช้สามารถแตะเพื่อเข้าไปดูคำแปลได้ที่ด้านล่าง

ภาพจาก : https://twitter.com/instagram/status/1417921438418276352/

Alessandro Paluzzi นักวิจัยแอปเคยรายงานเกี่ยวกับฟีเจอร์ดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ นั่นหมายความว่าต่อไป ทั้งโพสต์ Stories และโพสต์แบบทั่วไปจะมีตัวเลือกแปลภาษาเหมือนกันแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ฟีเจอร์ใหม่นี้สามารถแปลภาษาข้อความได้ แต่ Instagram กล่าวว่าการแปลภาษาเสียง (audio translation) ยังไม่พร้อมใช้งานในเวลานี้ ก่อนหน้านี้ Instagram เคยเปิดตัวคำบรรยาย caption ภาษาอังกฤษอัตโนมัติใน Stories เมื่อเดือนพฤษภาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://twitter.com/instagram/status/1417921438418276352

Discord has acquired Sentropy, a company that made AI anti-harassment online

DISCORD เข้าซื้อกิจการ SENTROPY เพื่อเพิ่มน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

Discord ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท Sentropy ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือ AI ต่าง ๆ เพื่อทำการตรวจจับการล่วงละเมิดทางออนไลน์ กล่าวคือ Sentropy กำลังร่วมมือกับ Discord ในการขยาย และพัฒนาแอปที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแอปยอดนิยมในขณะนี้ เพื่อให้แพลตฟอร์มของดิสคอร์ดนั้นมีความปลอดภัย และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

และนี่ถือเป็นการจับคู่ที่น่าสนใจ เพราะทางดิสคอร์ดนั้นมีผู้ใช้มากกว่า 150 ล้านรายต่อเดือน ดังนั้นการจะตรวจสอบ และดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้ทั่วถึงก็ดูจะเป็นเรื่องยาก ซึ่งบริการนี้จะช่วยให้บริษัทเข้าถึงชุมชนบนแพลตฟอร์มที่มีมากกว่า 19 ล้านชุมชน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางบริษัทต้องจัดทีมอาสาสมัคร และทีมงานภายในในการคัดกรองข้อความบนแพลตฟอร์ม 

โดยโปรเจกต์แรกของบริษัทชื่อว่า Sentropy Protect ที่มุ่งเน้นไปที่ฟีดบนไทม์ไลน์ของ Twitter ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทาง Sentropy จะช่วยให้ทั้ง 2 บริษัทสามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่ส่อไปในทางที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงให้แพลตฟอร์มดิสคอร์ดเป็นสังคมที่โซเชียลที่ปลอดภัย

ในข้อสรุปการตกลงนั้นดิสคอร์ดได้ทำการซื้อ AI เพื่อขยายความสามารถในการตรวจจับ และลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และขยายทีมงานที่ดูแลด้านความปลอดภัยเพิ่มอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://discord.com/, https://www.sentropy.com/