Google Assistant new feature “Find Your Friends & Family”, helping you to find anyone

ตามหาใคร Google ช่วยคุณได้ ด้วยฟีเจอร์
Find your friends & family

ค้นหาเพื่อนและครอบครัวของคุณได้ เพียงสั่ง Ok Google ผ่าน Google Assistants แล้วตามด้วยรูปแบบคำสั่ง Find your friends & family เช่น Where’s everyone?, Where is Andrew?, Where’s my brother?, Where’s my family? เป็นต้น 

ในกรณีเราหาคนในครอบครัวไม่เจอ หรือไม่มีใครอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ตื่นเช้ามาแต่กลับเป็นว่าอยู่คนเดียว เราสามารถใช้คำสั่งนี้ในการตามหา พ่อ แม่ พี่ น้อง และเพื่อน ว่าอยู่ที่ไหนได้ โดยเมื่อใช้คำสั่งแล้วจะแสดงตำแหน่งบนมือถือของคุณ หรือบน Smart display แสดงหน้าจอ Google Maps ว่าคนในครอบครัวอยู่ที่ไหน

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ Find your friends & family นี้ต้องผูกกับกลุ่มสมาชิกในครอบครัว และต้องเปิด Location Sharing บน Google Maps หรือแอปอื่น ๆ เช่น Life360 เป็นต้น และเด็กที่สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นไปด้วย ทั้งนี้ทาง Google จะเริ่มให้บริการ Find your friends & family ในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี 2020 ที่ใกล้จะถึงนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : pexels.com / blog.google

The NightWare app that helps treat PTSD-related nightmares

แอป NightWare รักษาอาการฝันร้าย เพิ่มคุณภาพการพักผ่อน

Apple Watch ของคุณอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการนอนหลับที่เกี่ยวข้องกับฝันร้ายได้ FDA (Food and Drug Administration) องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแอปภายใน Apple Watch ที่ช่วยรักษาผู้ที่มีอาการ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) สภาวะจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้าย เช่น การก่อการร้าย สงคราม การถูกข่มขืน ประสบภัยพิบัติ ประสบอุบัติเหตุ

ซึ่งองค์การอาหารและยา (FDA) ได้อนุมัติการขาย NightWare แอปจาก Apple Watch ที่ช่วยรักษาฝันร้าย โดยระบบจะใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของ Smart Watch และอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อตรวจจับเมื่อคุณฝันร้ายและสั่นสายรัดข้อมือเพื่อกระตุ้นที่ไม่ปลุกให้คุณตื่น แต่จะทำให้คุณหยุดฝันร้ายและนอนหลับต่อได้

ทั้งนี้ก็ไม่มีการรับประกันว่าแอปจะใช้งานได้ดีแค่ไหน แม้ว่าองค์การอาหารและยา (FDA) จะกล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าคุณภาพการนอนหลับในขณะที่ใช้ NightWare มีผลลัพธ์ที่ดีกว่า ถือว่ามันมีความเสี่ยงต่ำ และอาจมีประโยชน์หากการรักษาที่มีอยู่ไม่เพียงพอ แต่การใช้งานแอป NightWare นั้น ต้องได้รับการสั่งโดยแพทย์เท่านั้น และบริษัทเน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่การรักษาแบบ standalone มันแค่ช่วยบรรเทาอาการและผู้ป่วย ซึ่งยังคงต้องใช้ยาร่วมตามปกติ

ในอนาคต Smart Watch อาจไม่เพียงติดตามการนอนหลับได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณภาพการพักผ่อนของคุณด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : night-ware.com / engadget.com

The Google Street View app has a new feature called “Driving Mode”, let users to improve Google Maps by using phone camera

Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ‘Driving Mode’ ให้ผู้ใช้ช่วยปรับปรุงแผนที่บน Google Street View ด้วยภาพจากกล้องมือถือ

นอกจาก Google จะเก็บข้อมูลแผนที่ของถนนหนทางต่าง ๆ ด้วยรถยนต์ที่ติดกล้อง 360° เพื่อนำมาอัปเดตให้กับ Google Street View แล้ว ล่าสุดได้มีผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit รายหนึ่งบังเอิญไปพบเข้ากับฟีเจอร์ใหม่ใน Google Street View ที่เพิ่ม Driving Mode เข้ามาให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการช่วยอัปเดตข้อมูลภาพของถนนเส้นต่าง ๆ ที่ขับผ่านได้

เนื่องจากถนนหนทางแต่ละแห่ง รวมถึงสถานที่รอบข้างอาจมีหน้าตาเปลี่ยนไปบ่อย ๆ ทำให้รถยนต์ที่ติดกล้อง 360° ของ Google อาจจะเก็บข้อมูลได้ไม่ครอบคลุม และไม่ค่อยอัปเดทบ่อยนัก เลยต้องอาศัยความร่วมมือจากเหล่าผู้ใช้ให้ช่วยกันส่งข้อมูลเข้ามาผ่านทาง Driving Mode เพิ่มเติม

จากการทดลองเปิด Driving Mode ตัวแอปจะเปิดใช้งานกล้องหลังทันที และมีปุ่มให้เรากดเพื่อเริ่มบันทึกภาพไปเรื่อย ๆ โดยวิดีโอที่เก็บได้จากโหมดดังกล่าวจะทำการเซ็นเซอร์หน้าคน และป้ายทะเบียนรถแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันปัญหาความเป็นส่วนตัว คาดว่า Google น่าจะเก็บภาพถนนจากผู้ใช้งานหลาย ๆ ราย แล้วนำมาปะติดปะต่อรวมกันให้กลายเป็นภาพแบบ 360° สำหรับใช้ใน Google Street View

อย่างไรก็ตาม Google ยังคงเปิดใช้งานให้ผู้ใช้บางรายได้ทดสอบการใช้ Driving Mode เท่านั้น แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้กับบุคคลทั่วไป ต้องรอติดตามกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : droidsans.com
อ้างอิงรูปภาพ : brandinside.asia

AI model detects asymptomatic COVID-19 infections through cellphone-recorded coughs

แบบจำลอง AI ตรวจจับ “เสียงไอ” ผู้เสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 ผ่านแอปพลิเคชันมือถือ

“เราติด COVID-19 แล้วหรือยัง ?” เป็นคำถามที่คอยหาคำตอบกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เรามีอาการไอ หรือจามออกมา แต่หลายคนก็ยังคงไม่รู้คำตอบ เพราะหากติดเชื้อ COVID-19 จริง อาการจะเริ่มแสดงภายใน 1-14 วัน ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะรู้ตัวเมื่อผ่านไปแล้ว 5 วัน

ด้วยเทคโนโลยีที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการคิดค้นขึ้นมา จะทำให้ทุกคนไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเราอาจสามารถตรวจเช็คอาการไอจามของตัวเองได้ด้วย AI บนมือถือ

AI (Artificial Intelligence) สามารถจดจำการไอของผู้มีเชื้อ COVID-19 และสามารถตรวจจับเสียงไอของผู้เสี่ยงติดเชื้อได้อย่างแม่นยำ แม้ในระยะนั้นผู้ป่วยจะยังไม่แสดงอาการของ COVID-19 เลยก็ตาม ซึ่งเป็นพัฒนาด้วย Algorithm แบบเดียวกับเครือข่ายระบบประสาทของมนุษย์ หรือ Neural Network

โดยการทำงานที่เหมือนระบบประสาทของมนุษย์นั้น จะมีหน้าที่แบ่งออกไป 3 อย่างด้วยกันคือ 

  1. ระบบมีหน้าที่ตรวจจับความรุนแรงของเสียงไอ 
  2. มีหน้าที่ตรวจจับความเคลื่อนไหวของสภาวะทางอารมณ์ที่ผู้ป่วยจะมีเมื่อติดเชื้อ
  3. ตรวจวัดประสิทธิภาพการหายใจ วัดความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ และรายงานผล

รายงานระบุว่า AI ดังกล่าวกำลังได้รับการพัฒนาลงแอปพลิเคชันตัวหนึ่ง เพื่อใช้กับสมาร์ทโฟน โดยในการทดสอบเบื้องต้น นักพัฒนาได้ให้ระบบจดจำเสียงไอจาก 10,000 ตัวอย่าง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ระบบสามารถจดจำเสียงไอของผู้ติดเชื้อได้ 98.5 เปอร์เซ็นต์ และจดจำเสียงไอของผู้ไม่ติดเชื้อได้แม่นยำถึง 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 

เทคโนโลยีนี้ก็ยังคงไม่สามารถนำมาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ เพราะอาการของผู้ติดเชื้อนั้นอาจมีเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ทำให้มีการไอคล้ายกัน แต่เทคโนโลยีนี้ก็น่าจะช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : news.mit.edu / freepik.com

The old and new Google Assistant has unified UIs for all smartphones

Google Assistant เตรียมปรับรวม UI เก่าและใหม่บน Smartphone เร็ว ๆ นี้

เมื่อปีที่แล้ว Google ได้เปิดตัว New Google Assistant หรือ Google Assistant รูปแบบใหม่บน Pixel 4 ที่มีลักษณะโปร่งแสง และมีแถบสีน้ำเงิน, แดง, เหลือง และเขียว อยู่บริเวณด้านล่างของหน้าจอมาแล้ว ล่าสุดทาง Google ได้ปรับปรุงหน้าการแสดงผลของ Google Assistant ใหม่ โดยรวมทั้งที่เป็น Google Assistant เดิม และ New Google Assistant ของสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ให้มีลักษณะคล้ายกันทั้งหมด ซึ่งปกติการแสดงผลของ Google Assistant จะแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ของผู้ใช้
โดยการปรับปรุงใหม่นี้ จะปรับให้เป็นเมนูแบบทึบที่มี Shortcuts ปรากฏอยู่ด้านล่างพร้อมแถบสีด้านล่างหน้าจอ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถเลือกการแสดงผลของ Google Assitant ได้ทั้งแบบ Light Mode และ Dark Mode นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มการอัปเดตหน้า UI ของ Smart Display ให้สามารถใช้งานฟีเจอร์ได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะรองรับการทำงานของ Dark Mode และรองรับการใช้งานหลาย Account ในเครื่องเดียวอีกด้วย

ทั้งนี้ทาง Google ยังไม่ได้ระบุวันอัปเดตที่แน่ชัดออกมา สำหรับผู้ที่ต้องการจะใช้งาน UI ใหม่ของ Google Assistant ต้องรอไปก่อน คาดว่าอาจจะได้ใช้งาน UI ใหม่หลังการอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : 9to5google.com / androidpolice.com