Microsoft launches Whiteboard app on Android

Microsoft เปิดตัวแอป Whiteboard บนมือถือ Android
แต่ยังไม่เปิดใช้ทั่วไป

Microsoft เปิดตัวแอป Whiteboard บนมือถือ Android และ Whiteboard บน Microsoft Teams ด้วย ซึ่งให้คุณสร้างสรรค์ไอเดียจากทุกอุปกรณ์ทั้งคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน สามารถให้คุณจัดการ workflow ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะใช้งานบน Teams, Web, Windows 10, iOS หรือ Android

หากต้องการเริ่มใช้ Whiteboard บนอุปกรณ์ Android โหลดติดตั้งได้ที่ Google Play Store แต่ในปัจจุบันนี้แอป Whiteboard ใช้ได้กับบัญชีสำหรับที่ทำงาน หรือ บัญชีของโรงเรียน ในรูปแบบ Office 365 เท่านั้น แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปต้องรอไปก่อนอีกไม่นานจะได้ใช้แน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : unsplash.com

How to fix app crashes after Android System Webview update

แนะนำวิธีแก้แอป Crash บน Android ให้ Uninstall
“Android System WebView” ออก

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาอุปกรณ์ Android ของผู้ใช้งานบางรายประสบปัญหาแอปพลิเคชันขัดข้อง อย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, LINE หรือแอปที่ใช้ Google Mobile Services ต่าง ๆ ซึ่งตัวการของปัญหามาจาก ANDROID WEBVIEW เวอร์ชั่นใหม่ สำหรับใครที่เจอปัญหานี้ ระบบจะปรากฏหน้าแจ้งเตือนว่าแอปพลิเคชันหยุดทำงาน แม้กระทั่งแอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลังบางทีก็เกิดอาการหน้าต่างเด้งขึ้นมาให้ปิดด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาดูเหมือนจะมาจากตัว WebView ที่จะทำหน้าที่ร่วมกับแอปต่าง ๆ เพื่อให้แอปเหล่านั้นสามารถเปิดหน้าลิงค์ได้โดยที่ไม่ต้องไปเปิดจากเบราว์เซอร์ Chrome โดยตรง

ปกติแล้วตัว WebView มักจะถูกอัปเดตมาพร้อม ๆ กับเบราว์เซอร์ Google Chrome ทุก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งปัญหาแอปเด้งจาก WebView มักจะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานแอป Gmail เป็นส่วนใหญ่ หรืออาจจะมีผู้ใช้งานในไทยบางท่านเจอปัญหานี้กับ LINE Messenger ด้วย โดยตอนนี้ Google ได้ทราบถึงปัญหา และกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ 

จนกว่า Google จะปล่อยอัปเดต ผู้ใช้งานสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้โดยต้องทำการ Uninstall  WebView ก่อน โดยเข้าไปที่ Google Play Store แล้วหา Android System WebView จากนั้น Uninstall เพื่อย้อนกลับไปเวอร์ชันเก่าได้ทันที เมื่อ Uninstall แล้วให้ปิดและเปิดเครื่องใหม่หนึ่งครั้งเป็นอันเสร็จ เท่านี้อาการแอปเด้งก็น่าจะหายไป

ปัญหานี้ส่งผลกับผู้ใช้งานเพียงบางรายเท่านั้น ซึ่งเป็นความผิดพลาดของทางฝั่ง Google ที่ปล่อยตัวอัปเดตรุ่นที่มีปัญหาออกมา และหลังจากที่แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานควรต้องอัปเดต WebView อยู่เสมอ ๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ขอบคุณข้อมูลจาก : droidsans.com
อ้างอิงรูปภาพ : 9to5google.com / freepik.com

How to check if your Android device is certified by Google

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ Android ของคุณ ได้รับการรับรอง
จาก Google หรือไม่

ปัจจุบันนี้ในตลาดผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android มีอุปกรณ์ Android ที่หลากหลาย อาทิเช่น Samsung, Xiaomi , ASUS , OPPO , VIVO , ONEPLUS และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าหากคุณเคยใช้งานอุปกรณ์ Android ผ่านมาหลายแบรนด์ คุณอาจพบว่าระบบปฏิบัติการมีลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต โดยผู้ผลิตมือถือแต่ละแบรนด์จะมีหน้าจอแอป UI ของตัวเองมาครอบ Android อีกที จึงทำให้อุปกรณ์ Android แต่ละเครื่องแตกต่างจากอุปกรณ์อื่น ๆ  นั่นเอง

เนื่องจากอุปกรณ์ Android แต่ละเครื่องสามารถเข้าถึง Play Store และ Play Protect ได้ Google จึงจัดทำรายการข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เครื่องผ่านการทดสอบความเข้ากัน เราจึงควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ Android ของเรา ได้รับการรับรองจาก Google หรือไม่

วิธีตรวจสอบอุปกรณ์ Android ว่าได้รับการรับรองจาก Google หรือไม่ ผ่านทางแอป Play Store

ขั้นตอนที่ 1 เข้าไปที่แอป Play Store ในอุปกรณ์ Android ของคุณ

ขั้นตอนที่ 2 เลือกที่ ไอคอนเมนู (Hamburger menu) ตรงมุมซ้าย ด้านบนของจอ

ขั้นตอนที่ 3  จากนั้นเลือกไปที่เมนู “การตั้งค่า”

ขั้นตอนที่ 4 ดูที่ด้านล่างสุดตรง ใบรับรอง Play Protect หากขึ้นข้อความว่า อุปกรณ์ผ่านการรับรองแล้ว แสดงว่าผ่านการรับรองจาก Google เรียบร้อยแล้ว

แต่ถ้าหากอุปกรณ์ไม่ได้รับการรับรองจาก Play Protect หมายความว่า Google ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลการทดสอบความเข้ากันได้ของ Android บนมือถือเครื่องนั้น โดยอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการรับรองอาจไม่ปลอดภัย และไม่ได้รับการอัปเดตระบบ Android หรือการอัปเดตแอป ซึ่งแอปอาจจะเป็นแอปที่ไม่ได้รับใบอนุญาต และอาจไม่ใช่แอป Google แท้ จะทำให้การทำงานไม่เป็นปกติ รวมไปถึงการสำรองข้อมูลในอุปกรณ์ก็อาจจะไม่ปลอดภัย

เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า อุปกรณ์ Android ไม่ได้รับการรับรองจาก Google ควรติดต่อแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ เพื่อขออุปกรณ์ที่ผ่านการทดสอบอย่างสมบูรณ์ และได้รับการรับรองจาก Google แล้ว 
ดังนั้นถ้าซื้อสมาร์ทโฟน Android อย่าลืม! ตรวจสอบเรื่องการรับรองจาก Google ก่อนการซื้อจะดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : techviral.net / freepik.com

Google Assistant new feature “Find Your Friends & Family”, helping you to find anyone

ตามหาใคร Google ช่วยคุณได้ ด้วยฟีเจอร์
Find your friends & family

ค้นหาเพื่อนและครอบครัวของคุณได้ เพียงสั่ง Ok Google ผ่าน Google Assistants แล้วตามด้วยรูปแบบคำสั่ง Find your friends & family เช่น Where’s everyone?, Where is Andrew?, Where’s my brother?, Where’s my family? เป็นต้น 

ในกรณีเราหาคนในครอบครัวไม่เจอ หรือไม่มีใครอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ตื่นเช้ามาแต่กลับเป็นว่าอยู่คนเดียว เราสามารถใช้คำสั่งนี้ในการตามหา พ่อ แม่ พี่ น้อง และเพื่อน ว่าอยู่ที่ไหนได้ โดยเมื่อใช้คำสั่งแล้วจะแสดงตำแหน่งบนมือถือของคุณ หรือบน Smart display แสดงหน้าจอ Google Maps ว่าคนในครอบครัวอยู่ที่ไหน

อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ Find your friends & family นี้ต้องผูกกับกลุ่มสมาชิกในครอบครัว และต้องเปิด Location Sharing บน Google Maps หรือแอปอื่น ๆ เช่น Life360 เป็นต้น และเด็กที่สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นไปด้วย ทั้งนี้ทาง Google จะเริ่มให้บริการ Find your friends & family ในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี 2020 ที่ใกล้จะถึงนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : it24hrs.com
อ้างอิงรูปภาพ : pexels.com / blog.google

The NightWare app that helps treat PTSD-related nightmares

แอป NightWare รักษาอาการฝันร้าย เพิ่มคุณภาพการพักผ่อน

Apple Watch ของคุณอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาการนอนหลับที่เกี่ยวข้องกับฝันร้ายได้ FDA (Food and Drug Administration) องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแอปภายใน Apple Watch ที่ช่วยรักษาผู้ที่มีอาการ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) สภาวะจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้าย เช่น การก่อการร้าย สงคราม การถูกข่มขืน ประสบภัยพิบัติ ประสบอุบัติเหตุ

ซึ่งองค์การอาหารและยา (FDA) ได้อนุมัติการขาย NightWare แอปจาก Apple Watch ที่ช่วยรักษาฝันร้าย โดยระบบจะใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวของ Smart Watch และอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อตรวจจับเมื่อคุณฝันร้ายและสั่นสายรัดข้อมือเพื่อกระตุ้นที่ไม่ปลุกให้คุณตื่น แต่จะทำให้คุณหยุดฝันร้ายและนอนหลับต่อได้

ทั้งนี้ก็ไม่มีการรับประกันว่าแอปจะใช้งานได้ดีแค่ไหน แม้ว่าองค์การอาหารและยา (FDA) จะกล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าคุณภาพการนอนหลับในขณะที่ใช้ NightWare มีผลลัพธ์ที่ดีกว่า ถือว่ามันมีความเสี่ยงต่ำ และอาจมีประโยชน์หากการรักษาที่มีอยู่ไม่เพียงพอ แต่การใช้งานแอป NightWare นั้น ต้องได้รับการสั่งโดยแพทย์เท่านั้น และบริษัทเน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่การรักษาแบบ standalone มันแค่ช่วยบรรเทาอาการและผู้ป่วย ซึ่งยังคงต้องใช้ยาร่วมตามปกติ

ในอนาคต Smart Watch อาจไม่เพียงติดตามการนอนหลับได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณภาพการพักผ่อนของคุณด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : night-ware.com / engadget.com