YouTube tests shopping feature for users to shop directly from videos

YouTube เพิ่มไอคอน Shopping bag ทดสอบฟีเจอร์
ช้อปสินค้าทางวิดีโอได้เลย

YouTube เข้าใจความต้องการของเหล่านักช้อปออนไลน์ เมื่อการนั่งดูรีวิวของต่าง ๆ ใน YouTube ไม่ว่าจะอาหาร ของใช้ส่วนตัว แล้วต้องการกดซื้อเดี๋ยวนั้นเลย 

ล่าสุดผู้พัฒนา YouTube กำลังมีการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มความคล่องตัวของนักช้อป โดยไม่ต้องย้ายแพลตฟอร์มไปตามหาสินค้าเหล่านั้นที่อื่นไกล เพราะ YouTube กำลังจะเพิ่มปุ่มไอคอน Shopping bag ที่รวมการเข้าถึงข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง และดีลเด็ดบนคลิปวิดีโอให้กดช้อปได้เลยทันที
ไอคอน Shopping bag จะถูกเพิ่มลงบนด้านซ้ายล่างของหน้าจอ เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงทดสอบจะมีการเปิดให้ใช้เพียงในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งเมื่อคลิกปุ่มไอคอน Shopping bag จะสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ ได้เลย

ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=mhDJNfV7hjk คลิปช่อง Gordon Ramsay

สิ่งนี้จะช่วยเพิ่ม Traffic ในการเข้าถึงสินค้าจาก YouTube และเปิดโอกาสให้แบรนด์สินค้าต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงคลิปรีวิวโฆษณาไปสู่สินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น คลิปสอนการทำอาหารที่เชื่อมโยงถึงสินค้าอุปกรณ์ในครัว หรือคลิปการแคสเกมที่เชื่อมโยงไปถึงสินค้าอุปกรณ์ Gaming Gear ต่าง ๆ และทำให้ YouTube ยกระดับกลายเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้ง ที่สร้างรายได้ใหม่ให้ครีเอเตอร์ และแบรนด์ต่าง ๆ นอกเหนือจากการทำคลิปที่สร้างรายได้จากยอดวิว

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : searchenginejournal.com

Google’s website updates new features for Christmas celebration

เว็บไซต์ Google อัปเดตเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ฉลองเทศกาล Christmas

Google ได้อัปเดตเว็บไซต์เพิ่มลูกเล่น ฉลองเทศกาลส่งท้ายปีออกมาให้ผู้ใช้ทดลองเล่น ซึ่งในปีนี้หากผู้ใช้พิมพ์คำว่า Santa หรือ Christmas ลงในช่องคำค้นหาบน Google Search ก็จะมีรูปเตาผิงพร้อมถุงเท้าและของตกแต่งวันคริสต์มาสปรากฏขึ้นมาที่ด้านขวาของหน้าเว็บไซต์

ทาง Google ยังได้รวบรวม เทรนด์การค้นหาเกี่ยวกับคริสต์มาส ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเอาไว้อีกด้วย ซึ่งเมื่อดูจากผลการค้นหาแล้วก็พบว่าประเทศแถบตะวันตกและฝั่งออสเตรเลียให้ความสนใจกับเทศกาลนี้มากกว่าฝั่งเอเชียและแอฟริกาอย่างเห็นได้ชัด

รวมทั้งยังแฝงไปด้วยการให้ความรู้อย่าง Holiday Traditions ศึกษาการฉลองเทศกาลคริสต์มาสของหลายประเทศทั่วโลก, Translations เรียนรู้ศัพท์คริสต์มาสในภาษาต่าง ๆ และ Map Quiz ต่อแผนที่โลกอีกด้วย

ในส่วน Google Art & Cultures ก็ยังเปิดให้ผู้ใช้ได้ทำการระบายสีรูปภาพการ์ดคริสต์มาสสุดคลาสสิกตามสไตล์ของตนเอง รวมทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Blob Opera ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์เพลงโอเปร่าแบบต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดก็สามารถรับฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะ Blob Opera ได้

ในส่วน Google Art & Cultures ก็ยังเปิดให้ผู้ใช้ได้ทำการระบายสีรูปภาพการ์ดคริสต์มาสสุดคลาสสิกตามสไตล์ของตนเอง รวมทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Blob Opera ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์เพลงโอเปร่าแบบต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดก็สามารถรับฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะ Blob Opera ได้

นอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนสั้นให้เลือกชมภายในเว็บไซต์ Santa Tracker และหากผู้ใช้กดไปที่ปุ่ม Play ในหน้านี้ก็จะเป็นการสุ่มเกมหรือการ์ตูนสั้นภายในเว็บไซต์ให้ได้ลุ้นกันอีกด้วย

สำหรับเกมภายในเว็บไซต์ Santa Tracker ก็มีให้เลือกเล่นกว่า 20 เกม ไม่ว่าจะเป็น Gift Slingshot ส่งของขวัญข้ามแม่น้ำ, Find Santa ค้นหาซานต้าและเพื่อนๆ ที่แอบซ่อนอยู่, Pengiun Dash เก็บของขวัญไปส่งกับเพนกวิน, Code Lab ต่อจิกซอว์เขียนโค้ด, Elf Ski เล่นสกีเก็บของขวัญ, Gumball Tilt เอียงไม้ส่งลูกอม, Present Bounce ส่งต่อของขวัญ, Snowball Strom ปาบอลหิมะ, Build & Bolt สร้างของเล่น, Present Drop หย่อนกล่องของขวัญ, Elf Jetpack เก็บของขวัญและขนม, Rodolph Racer ลากรถเลื่อนเก็บของขวัญ, Warp Battle เกมคล้าย Audition, Reindeer Runner วิ่งเว็บของขวัญ, Elf Guider ช่วยเอลฟ์ส่งของขวัญ

หรือจะเป็นเกมช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์อย่าง Selfie Santa แต่งหนวดให้ซานต้า, Elf Maker แต่งตัวเอลฟ์, Santa Canvas สร้างการ์ดคริสต์มาส, Quick Draw วาดรูปให้ AI ทาย, Snowbox ต่อบล็อค, Season of Giving ระบายสีของตกแต่งต้นคริสมาสต์, Code Boogie ออกแบบท่าเต้นให้กับเอลฟ์, Elf Jamband สร้างวงดนตรี

ในส่วนของ หนังยอดนิยม ช่วงคริสต์มาสก็ยังคงเป็น Home Alone ที่ครองตำแหน่งการค้นหามากที่สุดไปเช่นเดิม ตามมาด้วย The Grinch, National Lampoon’s Christmas Vacation, Die Hard และ Jingle All the Way (ส่วนผลการค้นหาเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ shorturl.at/inI39)

และถึงแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการ Work from home แต่ซานต้าก็ยังเดินทางไปแจกของขวัญให้แก่เด็ก ๆ ทั่วโลกอยู่ดังเดิม แถมไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อจากซานต้าแต่อย่างใดเพราะซานต้าในปีนี้เองก็สวมแมสก์ด้วยเช่นกัน ! และสามารถตามติดการเดินทางไปแจกของขวัญของซานต้าได้จาก Santa Tracker ที่จะเริ่มออกเดินทางในคืนวันที่ 24 ธันวาคมเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Santa Search หรือการเชิญซานต้าแบบ AR มาเที่ยวเล่นที่บ้านของปีนี้นั้นยังไม่มีวี่แววออกมาแต่อย่างใด คาดว่าเราน่าจะต้องรอให้ถึงวันคริสต์มาสก่อนจึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : blog.google / santatracker.google.com

Red Hat Forum Asia Pacific 2020 and Market trends for Digital Transformation

งาน Red Hat Forum Asia Pacific 2020 กับแนวโน้มตลาดสู่ยุค Digital Transformation

งาน Red Hat Forum Asia Pacific 2020 จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 20-21 ตุลาคม 63 ที่ผ่านมา ซึ่งงานในครั้งนี้เป็น Virtual Experience จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์

โดยในงานได้มีการเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งต่างเร่งปรับตัว และทำให้ความพยายามในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผลสำรวจที่ Red Hat ระบุว่า 95% ของผู้บริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และจัดให้เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด และเติบโตในยุค New Normal เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบในการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือการให้บริการใหม่ ๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมากขึ้น

เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ดังนั้นการจัดงาน Red Hat Forum Asia Pacific ในปีนี้ จึงมีความมุ่งหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้องค์กรต่าง ๆ นำพลังของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายระยะสั้นของตน และเป็นเทคโนโลยีที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของการทำธุรกิจในยุค Next Normal 
เพื่อให้บรรลุความมุ่งหมายดังกล่าว รางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2020 จึงให้การยกย่ององค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีไปใช้ และการใช้โซลูชันของ Red Hat ในการสร้างความแตกต่างของการดำเนินธุรกิจ ต่อภาคอุตสาหกรรม หรือชุมชนขององค์กรนั้น ๆ และแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วย

การคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล
พิจารณาจากผลที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีของ Red Hat ไปใช้ที่มีต่อเป้าหมายทางธุรกิจ อุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ รวมถึงวิสัยทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการนั้น ๆ โดยองค์กรที่ได้รับรางวัลได้แสดงให้เห็นว่า แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส และวัฒนธรรมแบบเปิด ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มความคล่องตัว ประหยัดค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือในการแก้ไขความท้าทายในอนาคต และเตรียมรับมือกับเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจ และมีประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้อย่างไร 

ในปีนี้มีหน่วยงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับรางวัล 27 แห่ง ใน 5 ประเภทรางวัลคือ รางวัลด้าน Digitial Transformation, รางวัลด้านโครงสร้างพื้นฐาน Hybrid Cloud, รางวัลด้านการพัฒนา Cloud-Native, รางวัลด้านระบบอัตโนมัติ และความสามารถด้านความยืดหยุ่น โดยมีองค์กรในประเทศไทยที่ได้รับรางวัล ได้แก่

รางวัลด้าน Digital Transformation

เป็นการยกย่ององค์กรต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการความท้าทายด้านไอที และสร้างมูลค่าทางธุรกิจ เพื่อการแข่งขันในฐานะองค์กรดิจิทัล

บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกสิกรไทย (KBank) เป็นผู้ดูแล และอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ให้บริการในฐานะที่เป็นนักพัฒนาภายในองค์กร และพันธมิตรกับบริษัทฟินเทค และบริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อขยายผลิตภัณฑ์ด้านการเงินในรูปแบบดิจิทัล และมอบบริการที่เหนือความคาดหวังท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน

ก่อนหน้านี้ในระยะแรก KBTG ใช้งานแอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจหลายรายการบนเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันที่เป็นระบบปิดบนระบบปฏิบัติการ UNIX ทำให้ยาก และขาดความคล่องตัวในการรับมือกับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และยากที่จะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานด้านไอทีเมื่อธุรกิจเดิบโตขึ้น ทั้งยังเผชิญกับข้อจำกัดเมื่อต้องใช้งานคอนเทนเนอร์ เพราะเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ทีม K Pro ซึ่งเป็นทีมงานด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีของ KBTG จึงต้องบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีขององค์กรด้วยการลงมือทำแบบ Manual Manage เพื่อให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชันสำคัญต่าง ๆ จะพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

ในระยะหลัง KBTG เอาชนะความท้าทายหลาย ๆ ด้านได้ด้วยการใช้แอปพลิเคชัน Java บน Red Hat JBoss Enterprise Application Platform ใช้ Red Hat Ansible Automation Platform เพื่อทำให้การบริหารจัดการระบบเครือข่าย และการป้องกันภัยคุกคามทำงานแบบอัตโนมัติ และใช้ Red Hat Enterprise Linux เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้ปริมาณงาน และการใช้งานด้านไอทีทั้งหมด โครงสร้างพื้นฐานที่เล็ก และคล่องตัวช่วยให้ทีม K Pro สามารถใช้ Component Architecture สามารถใช้ข้อมูล/เอกสารที่สามารถปรับแก้ไขให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา (Living Documentation) และใช้ชุดเครื่องมือกลาง (Common Toolset) ซึ่งช่วยลดกระบวนการการตั้งค่าระบบต่าง ๆ ช่วยทำให้สามารถให้บริการทรัพยากรด้านไอทีได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการทางธุรกิจใหม่ ๆ และช่วยให้สามารถนำงบประมาณด้านไอทีไปใช้ด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้มากยิ่งขึ้น แทนที่จะใช้ไปกับงานด้านการบำรุงรักษา ทำให้ทีม K Pro มีผลงานที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การรักษาความปลอดภัย และความเสถียรของระบบต่าง ๆ ได้ช่วยให้ KBTG พุ่งเป้าไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และปรับขยายขนาดการทำงานตามความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการให้บริการลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยได้มากขึ้น

รางวัลด้านโครงสร้างพื้นฐาน Hybrid Cloud

พิจารณาจากจุดเด่นที่แสดงให้เห็นถึงการใช้งาน Public Private หรือ Open Hybrid Cloud ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด (KTBCS) เป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงไทย ให้บริการด้านไอทีกับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของธนาคารกรุงไทย ทั้งการปรับปรุงระบบที่ธนาคารใช้อยู่ให้ทันสมัย รวมถึงการบริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ และการพัฒนาซอฟต์แวร์

ความคิดริเริ่มในการเป็นธนาคารแห่งอนาคต (Future Banking) ของธนาคารกรุงไทย มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโต มีศักยภาพสูงขึ้น และเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว KTBCS จึงได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีดั้งเดิมที่ล้าสมัย ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงให้ทันสมัยขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก Red Hat Consulting และใช้ Red Hat Enterprise Linux, Red Hat JBoss EAP และ Red Hat Data Grid เพื่อปรับปรุงให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีมาตรฐาน และรองรับการใช้งานกับแอปพลิเคชันใหม่ ๆ

การทำงานของ KTBCS มีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น และอยู่ในตำแหน่งการเติบโตที่ดีขึ้น จากการนำแอปพลิเคชัน ทั้งที่มีความสำคัญระดับสูง เช่น แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง และคอร์ปอเรทแบงก์กิ้ง และแอปพลิเคชันที่มีความสำคัญรองลงมา ซึ่งไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเงิน ไปทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มใหม่ที่ทำงานอยู่บน Red Hat  ช่วยให้ KTBCS สามารถให้บริการตามข้อตกลงเกี่ยวกับระดับการให้บริการทางธุรกิจ (SLA) ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายโดยรวมอีกด้วย
ซึ่งทางธนาคารมีเคล็ดลับให้กับผู้ที่ต้องการผลักดันสู่ Digital Transformation คือการทำ Scalability จะต้องพยายามทำไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาการแข่งขันทางธุรกิจ โดยเฉพาะการทำอย่างไรให้เราสามารถรองรับการเข้าถึง Transaction รูปแบบออนไลน์ และการเปลี่ยนแปลงให้มีผลกระทบกับลูกค้าน้อยที่สุด

รางวัลด้านการพัฒนา Cloud-Native

ธนาคารออมสิน (GSB) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านสถาบันการเงิน มีสาขา 1,060 แห่งทั่วประเทศ และให้บริการลูกค้ามากกว่า 22 ล้านราย กลุ่มลูกค้าของธนาคารประกอบด้วย ลูกค้าบุคคล องค์กรธุรกิจ และภาครัฐ ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างโอกาสในอนาคตให้กับคนไทย ธนาคารให้บริการทางดิจิทัลที่หลากหลาย เช่น การสอบถามยอดเงินคงเหลือในบัญชี การโอนเงินระหว่างธนาคารด้วยการใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และการชำระค่าบริการต่าง ๆ ด้วยการใช้บาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายแบงก์กิ้ง 

GSB เร่งให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของธนาคารออกสู่ตลาดได้รวดเร็วมากขึ้น ท่ามกลางความสนใจของลูกค้าที่มีต่อบริการด้านการเงินในรูปแบบดิจิทัลที่ต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ธนาคารได้ริเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์มโอเพ่นแบงก์กิ้งที่สามารถโฮสต์ APIs ของตนเอง และให้บริการด้านการบริหารจัดการ (Managed Services) ให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งภายใน และภายนอกองค์กร ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งรัดกุม โดยได้โยกย้ายระบบของธนาคารไปใช้โอเพ่นซอร์สที่ทำงานอยู่บน Red Hat Enterprise Linux, Red Hat Application Runtimes, Red Hat 3Scale API Management, Red Hat JBoss Fuse และ Red Hat OpenShift ด้วยความร่วมมือ และช่วยเหลือทางด้านเทคนิคจาก Red Hat Consulting การใช้ APIs ที่มีขนาดเล็กลงด้วยไมโครเซอร์วิส การที่ทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการ (DevOps) และเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ต่าง ๆ ทำงานอยู่บนสภาพแวดล้อมเดียวกัน เพื่อทำให้กระบวนการต่าง ๆ อยู่ในรูปแบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงาน 

ทำให้ GSB สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเปิดตัวบริการดิจิทัลแบงก์กิ้งใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ส่งบริการใหม่สู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว และมีความคล่องตัวทางธุรกิจ GSB สามารถให้บริการที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมผ่านการใช้แพลตฟอร์มที่ทันสมัยเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าของธนาคาร

รางวัลด้าน Digital Transformation และการพัฒนา Cloud-Native

รางวัลด้านการพัฒนา Cloud-Native พิจารณาจากวิธีการทำงาน องค์กรที่มีความคล่องตัว และประสบความสำเร็จมากที่สุดจากประสิทธิภาพโดยรวมในการสร้างสรรค์ การบำรุงรักษา และการใช้แอปพลิเคชันทางธุรกิจ

ธนาคารทหารไทย (TMB) เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นและเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นผ่านนวัตกรรม และบริการทางการเงินที่เป็นประโยชน์สำหรับคนไทย

Red Hat Consulting ได้ทำงานร่วมกับ TMB ในการนำ Red Hat Open Shift Container Platform บน Red Hat Enterprise Linux รวมถึงการนำ DevOps มาใช้เป็นมาตรฐานแพลตฟอร์มใหม่สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชันต่าง ๆ ของธนาคาร ซึ่งนอกเหนือจากการที่ทำให้ธนาคารมีความสามารถในการพัฒนาบริการใหม่ ๆ ตามความต้องการของลูกค้า และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้ TMB สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการผ่านช่องทางดิจิทัลออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น บน Container Platform ที่มีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นสูง 

ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์มเดิมของ TMB  มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งไม่ยืดหยุ่นต่อการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และปริมาณธุรกรรมดิจิทัลที่เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสิ้นเดือน หรือเมื่อมีแคมเปญพิเศษตามช่วงเทศกาล ซึ่งจะทำให้ระบบงานต้องทำงานถึงระดับสูงสุดเพื่อที่จะสามารถรองรับธุรกรรมที่สูงขึ้นในช่วงดังกล่าวได้ ธนาคารจึงต้องการแพลตฟอร์มที่มีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นสูง ให้สามารถรองรับการพัฒนาแอพพลิเคชันในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย เพื่อส่งผลให้ธนาคารสามารถเดินหน้าเข้าสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำแนวทางการเติบโตด้านธุรกิจดิจิทัลแบงก์กิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
และท้ายที่สุด การพยายามมองให้ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง เพราะปัจจุบันทุกคนกำลังอยู่ใน Digital Economy ซึ่งมีหลายเทคโนโลยีรองรับ โดยเฉพาะทาง Red Hat ซึ่งเราจะต้องเปลี่ยนมุมมอง และวิธีการทำงานเพื่อตอบโจทย์ตรงส่วนนี้เพื่อให้ทุกบริษัทสามารถ Move on ไปสู่ Digitial Transformation ได้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : medcom.id / redhat.com

LINE has launched “LINE Avatar” services is now available!

เปิดตัวบริการ LINE Avatar ใช้ได้เเล้ววันนี้

หลาย ๆ คนคงเริ่มคุ้นเคยกับการสร้าง Avatar กันมาบ้างแล้ว ล่าสุด LINE ได้เปิดให้บริการ LINE Avatar แล้ว โดยลูกเล่นการสร้างอวาตาร์ของไลน์คือ แอปฯ จะให้ถ่ายรูปใบหน้าตามกรอบที่ได้กำหนดมา จากนั้นแอปจะทำการวิเคราะห์ แล้วแสดงผลออกมาเป็นโครงหน้าที่คล้ายกับเรา แต่หากใครยังไม่พอใจ ก็สามารถปรับแต่งตามความต้องการได้อีก ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน เราไปดูวิธีการสร้างอวาตาร์ใช้ในไลน์กันเลย…

ขั้นตอนการสร้าง Avatar ใน LINE
  • เริ่มจากกดไปที่ “โปรไฟล์ของเรา” (ชื่อ LINE ของเรา) จากนั้นให้แตะที่ไอคอน Avatar เมื่อมีพอปอัพขึ้นมา ก็กดปุ่ม “สร้าง Avatar”

  • จากนั้นแอปฯ จะขึ้นกล้องมาให้เราถ่ายหน้าตัวเอง ซึ่งจะเป็นการส่งภาพนี้ไปประมวลผล เพื่อสร้างอวาตาร์ให้ตรงกับตัวผู้ใช้งานจริง ในการถ่ายหน้าตัวเองนั้น ผู้ใช้จะต้องดูให้ตรงกับกรอบที่กำหนดไว้ และกดถ่าย แต่ถ้าหากใครมีรูปอยู่แล้ว สามารถเลือกรูปได้ โดยกดที่ ไอคอนรูปภาพทางด้านขวาของปุ่มถ่ายภาพ หรืออยากปรับแต่งเองก็สามารถกด “ข้าม” ได้เลย

  • เมื่อถ่ายภาพให้ LINE ไปประมวลผลแล้ว จะส่ง Avatar กลับมาถึง 3 แบบให้เราเลือก ถ้าเจอแบบที่ถูกใจให้กด “ใช้ Avatar” ได้เลย แต่ถ้ายังไม่ถูกใจก็ยังสามารถนำแบบที่ไลน์ประมวลผลให้มา นำไปแก้ไขเพิ่มเติมต่อได้ โดยการกดปุ่ม “แก้ไข”

  • ส่วนของการปรับแต่ง เราจะสามารถแก้ไขได้ทั้ง ทรงผม เค้าโครงหน้า ตา คิ้ว จมูก ปาก การแต่งหน้า หนวดเครา แว่นตา รวมถึงเครื่องแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงเท้า รองเท้า และเครื่องประดับผม เมื่อได้ที่ถูกใจแล้ว สามารถกด “เสร็จสิ้น” ได้เลย

โดย Avatar ที่เราสร้างมา สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีความสามารถให้เราทำหน้าท่าทาง เพื่อเป็นแบบให้ Avatar โดยใช้กล้องหน้าในการจับท่าทาง และเรายังสามารถสร้างอวาตาร์ได้อีกหลาย ๆ แบบ นำมาเป็นตัวเลือกสำหรับการใช้งานได้

สร้าง Avatar ภาพนิ่ง และวิดีโอ

เราสามารถนำอวาตาร์มาทำเป็นภาพนิ่ง หรือวิดีโอได้ โดยความสามารถต่าง ๆ จะเหมือนกับการสร้างรูปโปรไฟล์เลย แถมสามารถเอาตัวอวาตาร์ของเราไปถ่ายภาพแบบ AR ได้ด้วย

แชร์ Avatar กับเพื่อน

สามารถส่งอวดเพื่อนได้ง่าย ๆ เพียง กดที่ปุ่ม “แชร์” ที่มุมบนขวา และเลือกรายชื่อเพื่อนกด “แชร์” ได้เลยซึ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถนำอวาตาร์ของเราไปสร้างกลุ่มถ่ายรูปได้ด้วย

ตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ Avatar

เราสามารถตั้งเป็นภาพโปรไฟล์ได้ ด้วยปุ่มข้าง ๆ ปุ่มแชร์ เมื่อแตะไปที่ปุ่มดังกล่าวแล้ว ตัวแอปฯ จะขึ้นให้ปรับแต่งรูปโปรไฟล์ โดยเราจะสามารถเลือกสีพื้นหลัง และสิ่งแวดล้อมภายในภาพได้ ด้วย 2 ปุ่ม ข้าง ๆ ปุ่มถ่ายภาพ

ทั้งหมดนี้เป็น วิธีการสร้างอวาตาร์ในแอป LINE ขึ้นมาใช้งาน ฟีเจอร์อาจจะยังทำงานได้ไม่มากนัก ในอนาคตอาจจะมีลูกเล่นเพิ่มเติมมาให้เล่นกันมากกว่านี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com และ rainmaker.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : beartai.com

LINE TODAY adjusts new features for readers online

LINE TODAY ปรับฟีเจอร์ใหม่ เอาใจนักอ่านออนไลน์

LINE TODAY เดินหน้าเพิ่มฟังก์ชันตอบโจทย์พฤติกรรมนักอ่านออนไลน์ พร้อมปรับระบบคัดเลือกคอนเทนต์ให้ตรงกับความความชอบของผู้อ่านมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำการเป็น Personalized Infotainment Portal ศูนย์รวมข่าวสารและบทความที่มีสาระประโยชน์และความเพลิดเพลิน อีกทั้งยังเพิ่มเนื้อหาและข่าวสารประเภทไลฟ์สไตล์ – บันเทิงเอาใจคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังเน้นข่าวสาร บทความ และประเด็นฮอตจากพันธมิตรชั้นนำของเมืองไทยกว่า 260 ราย หลังจาก LINE TODAY ปรับโฉมใหม่ก็ส่งให้ตัวเลขจำนวนการคลิกอ่านบทความ (Page View) เพิ่มขึ้นมากถึง 42% การปรับโฉมใหม่นี้สามารถชวนให้คนเข้ามาอัปเดตข่าวสารบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวอีกด้วย ติดตามข่าวสาร บทความ และวิดีโอ ที่หลากหลายบน LINE TODAY บนแอปฯ LINE ในมือถือของคุณได้แล้ววันนี้

5 สิ่งใหม่บน LINE TODAY มีอะไรบ้าง?

แท็บ “เรื่องเด็ด” รวบรวมประเด็นร้อนครบจบในแท็บเดียว

LINE TODAY เพิ่มแท็บใหม่ที่รวบรวม “เรื่องเด็ด” ทั้งข่าวสาร บทความ และเรื่องราวฮอตฮิตซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมและโลกโซเชียลแบบเรียลไทม์ โดยนำเสนอ แง่มุมที่หลากหลายจากแหล่งพันธมิตรสื่อที่แตกต่างกันและน่าเชื่อถือ รู้เรื่อง ครบ จบในแท็บเดียว

แท็บ “วิดีโอ” รวมคลิปเด็ดยอดฮิต ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์

บ่อยครั้งที่ผู้ใช้บริการ LINE TODAY สนใจทั้งการอ่านบทความและการดูคลิปวิดีโอสั้น ๆ เพลิน ๆ ที่ได้ทั้งการติดตามข่าวสารและสาระความรู้ LINE TODAY จึงไม่รอช้า เพิ่มแท็บ “วิดีโอ” รวมคลิปสาระบันเทิงมากมายจากสื่อและครีเอเตอร์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น คลิปวิดีโอสอนภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ใช้ในชีวิตประจำวันจาก ครูนุ่น English AfterNoonz และ ครูฝ้าย Easy English, คลิปไฮไลท์รายการชื่อดังช่องดัง, คลิปสอนทำอาหาร ,คลิปดูดวงแม่น ๆ และอีกมากมายที่จะอัปเดตกันไม่ให้ตกเทรนด์

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รู้ผลได้ใน 3 วิ!

LINE TODAY ยังเอาใจสายลุ้นด้วยการเลื่อนฟีเจอร์ตรวจผลรางวัลขึ้นมาไว้บนหน้าแรกในทุกงวดที่มีการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้คุณได้กรอกตัวเลขสลากในมือคุณและรู้ผลใน 3 วินาที พร้อมแชร์ลงใน LINE Chat และ โซเชียลมีเดียอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ฟังก์ชั่นเช็กสภาพอากาศ และค่าฝุ่นละออง PM2.5 แบบแม่นยำ

LINE TODAY จับมือกับผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง AirVisual เพิ่มฟังก์ชั่นตรวจสภาพอากาศที่แม่นยำเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการยุคนี้ที่ให้ความสำคัญกับการเช็กสภาพอากาศและค่าฝุ่นละอองมากยิ่งขึ้น โดยนำเสนอข้อมูลสภาพอากาศ ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 มากน้อยแค่ไหน ก็สามารถเช็กให้ชัวร์ได้ก่อนออกจากบ้านผ่าน LINE TODAY

เพิ่มฟังก์ชั่น โฟลทติ้ง เมนู (floating menu)

ในยุคสมัยนี้นอกจากผู้ใช้บริการจะต้องการอัปเดตข่าวสารและข้อมูลอย่างทันท่วงทีแล้ว ยังนิยมแบ่งปันข้อมูลให้เพื่อน ๆ ทางโซเชียลมีเดีย ใส่ข้อความแสดงความคิดเห็นที่มีต่อบทความ รวมถึงการกดไลก์ข่าวที่ถูกใจ และปรับขนาดตัวอักษรให้เล็กหรือใหญ่เพื่อให้อ่านสะดวกขึ้น สิ่งเหล่านี้ โฟลทติ้ง เมนูเตรียมไว้เอาใจให้ผู้ใช้บริการได้อย่างครบถ้วนและเลือกใช้งานได้แบบทันทีทันใด

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : today.line