5 Apps for creating Countdown New Year 2021 Widgets

แนะนำ 5 แอป สร้างวิดเจ็ตเคาท์ดาวน์ปีใหม่ 2021

ใกล้ปีใหม่แล้ว ใครที่กำลังมองหาแอปพลิเคชั่นเคาท์ดาวน์ หรือวิดเจ็ตเคาท์ดาวน์เพื่อร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2021 ที่กำลังจะมาถึง เรามี 5 แอปพลิเคชั่นเคาท์ดาวน์ มาแต่งสวยให้ Home Screen นับถอยหลังส่งท้ายปีเก่ากันเถอะ

Apps 1 : Bears Countdown on App Store

แอปเคาท์ดาวน์ นับเวลาถอยหลังสู่วันเกิด, วับครบรอบ, วันปีใหม่, วันหยุด หรือแม้กระทั่งวันกำหนดส่งงาน (Deadlines) ชูความสวยงามมาด้วย ‘เจ้าหมี Bears’ สุดน่ารัก งานศิลปะวาดด้วยมือพร้อมจานสีพาสเทลที่ทำให้ทุกเหตุการณ์ของคุณมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

Apps 2 : Final Countdown

แอปนี้เป็นอีกหนึ่งแอปนับถอยหลังที่ดีที่สุดสำหรับ Android / iPhone มีวิดเจ็ตเคาท์ดาวน์ที่ปรับขนาดได้สำหรับหน้าจอหลัก และยังอนุญาตให้มีการสำรองข้อมูลบนคลาวด์ด้วย Facebook นอกจากนี้ยังจะซิงค์การนับถอยหลังทั้งหมดของคุณในอุปกรณ์ Android และ iOS ทั้งหมดของคุณได้

Apps 3 : Countdown Widget

เป็นหนึ่งในแอปนับถอยหลังที่ดีที่สุดของ iPhone 2021 จะช่วยให้คุณตั้งค่าการนับถอยหลังสำหรับช่วงเวลาสำคัญทั้งหมดของชีวิตคุณได้

Apps 4 : Countdown Days

App & Widget นับถอยหลังวัน จะคอยย้ำเตือนถึงวัน และเหตุการณ์สำคัญในชีวิตคุณ เพื่อคุณจะได้ไม่ต้องนั่งคำนวณเองว่าเหลืออีกกี่วันบนปฏิทิน

Apps 5 :Dreamdays Countdown Free

แอปเคาท์ดาวน์ นับถอยหลังสู่โอกาสที่สำคัญสำหรับคุณด้วยการแจ้งเตือนด้วยเสียง รวมถึงสามารถบันทึกเสียงได้ อีกทั้งคุณยังสามารถจัดเรียงเหตุการณ์สำคัญของคุณตามหมวดหมู่ และระดับความสำคัญได้อีกด้วย แถมยังแบ่งปันความสุขกับเพื่อน ๆ บน Facebook และ Twitter ได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : iphonemod.net, techigem.com
อ้างอิงรูปภาพ : pexels.com

Google’s website updates new features for Christmas celebration

เว็บไซต์ Google อัปเดตเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ฉลองเทศกาล Christmas

Google ได้อัปเดตเว็บไซต์เพิ่มลูกเล่น ฉลองเทศกาลส่งท้ายปีออกมาให้ผู้ใช้ทดลองเล่น ซึ่งในปีนี้หากผู้ใช้พิมพ์คำว่า Santa หรือ Christmas ลงในช่องคำค้นหาบน Google Search ก็จะมีรูปเตาผิงพร้อมถุงเท้าและของตกแต่งวันคริสต์มาสปรากฏขึ้นมาที่ด้านขวาของหน้าเว็บไซต์

ทาง Google ยังได้รวบรวม เทรนด์การค้นหาเกี่ยวกับคริสต์มาส ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเอาไว้อีกด้วย ซึ่งเมื่อดูจากผลการค้นหาแล้วก็พบว่าประเทศแถบตะวันตกและฝั่งออสเตรเลียให้ความสนใจกับเทศกาลนี้มากกว่าฝั่งเอเชียและแอฟริกาอย่างเห็นได้ชัด

รวมทั้งยังแฝงไปด้วยการให้ความรู้อย่าง Holiday Traditions ศึกษาการฉลองเทศกาลคริสต์มาสของหลายประเทศทั่วโลก, Translations เรียนรู้ศัพท์คริสต์มาสในภาษาต่าง ๆ และ Map Quiz ต่อแผนที่โลกอีกด้วย

ในส่วน Google Art & Cultures ก็ยังเปิดให้ผู้ใช้ได้ทำการระบายสีรูปภาพการ์ดคริสต์มาสสุดคลาสสิกตามสไตล์ของตนเอง รวมทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Blob Opera ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์เพลงโอเปร่าแบบต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดก็สามารถรับฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะ Blob Opera ได้

ในส่วน Google Art & Cultures ก็ยังเปิดให้ผู้ใช้ได้ทำการระบายสีรูปภาพการ์ดคริสต์มาสสุดคลาสสิกตามสไตล์ของตนเอง รวมทั้งมีฟีเจอร์อย่าง Blob Opera ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์เพลงโอเปร่าแบบต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดก็สามารถรับฟังเพลงคริสต์มาสจากคณะ Blob Opera ได้

นอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนสั้นให้เลือกชมภายในเว็บไซต์ Santa Tracker และหากผู้ใช้กดไปที่ปุ่ม Play ในหน้านี้ก็จะเป็นการสุ่มเกมหรือการ์ตูนสั้นภายในเว็บไซต์ให้ได้ลุ้นกันอีกด้วย

สำหรับเกมภายในเว็บไซต์ Santa Tracker ก็มีให้เลือกเล่นกว่า 20 เกม ไม่ว่าจะเป็น Gift Slingshot ส่งของขวัญข้ามแม่น้ำ, Find Santa ค้นหาซานต้าและเพื่อนๆ ที่แอบซ่อนอยู่, Pengiun Dash เก็บของขวัญไปส่งกับเพนกวิน, Code Lab ต่อจิกซอว์เขียนโค้ด, Elf Ski เล่นสกีเก็บของขวัญ, Gumball Tilt เอียงไม้ส่งลูกอม, Present Bounce ส่งต่อของขวัญ, Snowball Strom ปาบอลหิมะ, Build & Bolt สร้างของเล่น, Present Drop หย่อนกล่องของขวัญ, Elf Jetpack เก็บของขวัญและขนม, Rodolph Racer ลากรถเลื่อนเก็บของขวัญ, Warp Battle เกมคล้าย Audition, Reindeer Runner วิ่งเว็บของขวัญ, Elf Guider ช่วยเอลฟ์ส่งของขวัญ

หรือจะเป็นเกมช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์อย่าง Selfie Santa แต่งหนวดให้ซานต้า, Elf Maker แต่งตัวเอลฟ์, Santa Canvas สร้างการ์ดคริสต์มาส, Quick Draw วาดรูปให้ AI ทาย, Snowbox ต่อบล็อค, Season of Giving ระบายสีของตกแต่งต้นคริสมาสต์, Code Boogie ออกแบบท่าเต้นให้กับเอลฟ์, Elf Jamband สร้างวงดนตรี

ในส่วนของ หนังยอดนิยม ช่วงคริสต์มาสก็ยังคงเป็น Home Alone ที่ครองตำแหน่งการค้นหามากที่สุดไปเช่นเดิม ตามมาด้วย The Grinch, National Lampoon’s Christmas Vacation, Die Hard และ Jingle All the Way (ส่วนผลการค้นหาเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ shorturl.at/inI39)

และถึงแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการ Work from home แต่ซานต้าก็ยังเดินทางไปแจกของขวัญให้แก่เด็ก ๆ ทั่วโลกอยู่ดังเดิม แถมไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อจากซานต้าแต่อย่างใดเพราะซานต้าในปีนี้เองก็สวมแมสก์ด้วยเช่นกัน ! และสามารถตามติดการเดินทางไปแจกของขวัญของซานต้าได้จาก Santa Tracker ที่จะเริ่มออกเดินทางในคืนวันที่ 24 ธันวาคมเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Santa Search หรือการเชิญซานต้าแบบ AR มาเที่ยวเล่นที่บ้านของปีนี้นั้นยังไม่มีวี่แววออกมาแต่อย่างใด คาดว่าเราน่าจะต้องรอให้ถึงวันคริสต์มาสก่อนจึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : blog.google / santatracker.google.com

Red Hat Forum Asia Pacific 2020 and Market trends for Digital Transformation

งาน Red Hat Forum Asia Pacific 2020 กับแนวโน้มตลาดสู่ยุค Digital Transformation

งาน Red Hat Forum Asia Pacific 2020 จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 20-21 ตุลาคม 63 ที่ผ่านมา ซึ่งงานในครั้งนี้เป็น Virtual Experience จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์

โดยในงานได้มีการเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งต่างเร่งปรับตัว และทำให้ความพยายามในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผลสำรวจที่ Red Hat ระบุว่า 95% ของผู้บริหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก และจัดให้เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด และเติบโตในยุค New Normal เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบในการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือการให้บริการใหม่ ๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมากขึ้น

เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ดังนั้นการจัดงาน Red Hat Forum Asia Pacific ในปีนี้ จึงมีความมุ่งหมายในการสร้างแรงบันดาลใจให้องค์กรต่าง ๆ นำพลังของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายระยะสั้นของตน และเป็นเทคโนโลยีที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของการทำธุรกิจในยุค Next Normal 
เพื่อให้บรรลุความมุ่งหมายดังกล่าว รางวัล Red Hat APAC Innovation Awards 2020 จึงให้การยกย่ององค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีไปใช้ และการใช้โซลูชันของ Red Hat ในการสร้างความแตกต่างของการดำเนินธุรกิจ ต่อภาคอุตสาหกรรม หรือชุมชนขององค์กรนั้น ๆ และแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วย

การคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล
พิจารณาจากผลที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีของ Red Hat ไปใช้ที่มีต่อเป้าหมายทางธุรกิจ อุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ รวมถึงวิสัยทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการนั้น ๆ โดยองค์กรที่ได้รับรางวัลได้แสดงให้เห็นว่า แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส และวัฒนธรรมแบบเปิด ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มความคล่องตัว ประหยัดค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือในการแก้ไขความท้าทายในอนาคต และเตรียมรับมือกับเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นใจ และมีประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้อย่างไร 

ในปีนี้มีหน่วยงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับรางวัล 27 แห่ง ใน 5 ประเภทรางวัลคือ รางวัลด้าน Digitial Transformation, รางวัลด้านโครงสร้างพื้นฐาน Hybrid Cloud, รางวัลด้านการพัฒนา Cloud-Native, รางวัลด้านระบบอัตโนมัติ และความสามารถด้านความยืดหยุ่น โดยมีองค์กรในประเทศไทยที่ได้รับรางวัล ได้แก่

รางวัลด้าน Digital Transformation

เป็นการยกย่ององค์กรต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการความท้าทายด้านไอที และสร้างมูลค่าทางธุรกิจ เพื่อการแข่งขันในฐานะองค์กรดิจิทัล

บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกสิกรไทย (KBank) เป็นผู้ดูแล และอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีทั้งหมด ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ให้บริการในฐานะที่เป็นนักพัฒนาภายในองค์กร และพันธมิตรกับบริษัทฟินเทค และบริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อขยายผลิตภัณฑ์ด้านการเงินในรูปแบบดิจิทัล และมอบบริการที่เหนือความคาดหวังท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน

ก่อนหน้านี้ในระยะแรก KBTG ใช้งานแอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจหลายรายการบนเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันที่เป็นระบบปิดบนระบบปฏิบัติการ UNIX ทำให้ยาก และขาดความคล่องตัวในการรับมือกับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และยากที่จะลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานด้านไอทีเมื่อธุรกิจเดิบโตขึ้น ทั้งยังเผชิญกับข้อจำกัดเมื่อต้องใช้งานคอนเทนเนอร์ เพราะเซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ทีม K Pro ซึ่งเป็นทีมงานด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีของ KBTG จึงต้องบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีขององค์กรด้วยการลงมือทำแบบ Manual Manage เพื่อให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชันสำคัญต่าง ๆ จะพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

ในระยะหลัง KBTG เอาชนะความท้าทายหลาย ๆ ด้านได้ด้วยการใช้แอปพลิเคชัน Java บน Red Hat JBoss Enterprise Application Platform ใช้ Red Hat Ansible Automation Platform เพื่อทำให้การบริหารจัดการระบบเครือข่าย และการป้องกันภัยคุกคามทำงานแบบอัตโนมัติ และใช้ Red Hat Enterprise Linux เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้ปริมาณงาน และการใช้งานด้านไอทีทั้งหมด โครงสร้างพื้นฐานที่เล็ก และคล่องตัวช่วยให้ทีม K Pro สามารถใช้ Component Architecture สามารถใช้ข้อมูล/เอกสารที่สามารถปรับแก้ไขให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา (Living Documentation) และใช้ชุดเครื่องมือกลาง (Common Toolset) ซึ่งช่วยลดกระบวนการการตั้งค่าระบบต่าง ๆ ช่วยทำให้สามารถให้บริการทรัพยากรด้านไอทีได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการทางธุรกิจใหม่ ๆ และช่วยให้สามารถนำงบประมาณด้านไอทีไปใช้ด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้มากยิ่งขึ้น แทนที่จะใช้ไปกับงานด้านการบำรุงรักษา ทำให้ทีม K Pro มีผลงานที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ การรักษาความปลอดภัย และความเสถียรของระบบต่าง ๆ ได้ช่วยให้ KBTG พุ่งเป้าไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และปรับขยายขนาดการทำงานตามความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการให้บริการลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยได้มากขึ้น

รางวัลด้านโครงสร้างพื้นฐาน Hybrid Cloud

พิจารณาจากจุดเด่นที่แสดงให้เห็นถึงการใช้งาน Public Private หรือ Open Hybrid Cloud ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด (KTBCS) เป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงไทย ให้บริการด้านไอทีกับหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของธนาคารกรุงไทย ทั้งการปรับปรุงระบบที่ธนาคารใช้อยู่ให้ทันสมัย รวมถึงการบริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ และการพัฒนาซอฟต์แวร์

ความคิดริเริ่มในการเป็นธนาคารแห่งอนาคต (Future Banking) ของธนาคารกรุงไทย มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโต มีศักยภาพสูงขึ้น และเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว KTBCS จึงได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีดั้งเดิมที่ล้าสมัย ซับซ้อน และมีค่าใช้จ่ายสูงให้ทันสมัยขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก Red Hat Consulting และใช้ Red Hat Enterprise Linux, Red Hat JBoss EAP และ Red Hat Data Grid เพื่อปรับปรุงให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีมาตรฐาน และรองรับการใช้งานกับแอปพลิเคชันใหม่ ๆ

การทำงานของ KTBCS มีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น และอยู่ในตำแหน่งการเติบโตที่ดีขึ้น จากการนำแอปพลิเคชัน ทั้งที่มีความสำคัญระดับสูง เช่น แอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง และคอร์ปอเรทแบงก์กิ้ง และแอปพลิเคชันที่มีความสำคัญรองลงมา ซึ่งไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเงิน ไปทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มใหม่ที่ทำงานอยู่บน Red Hat  ช่วยให้ KTBCS สามารถให้บริการตามข้อตกลงเกี่ยวกับระดับการให้บริการทางธุรกิจ (SLA) ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดไว้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายโดยรวมอีกด้วย
ซึ่งทางธนาคารมีเคล็ดลับให้กับผู้ที่ต้องการผลักดันสู่ Digital Transformation คือการทำ Scalability จะต้องพยายามทำไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาการแข่งขันทางธุรกิจ โดยเฉพาะการทำอย่างไรให้เราสามารถรองรับการเข้าถึง Transaction รูปแบบออนไลน์ และการเปลี่ยนแปลงให้มีผลกระทบกับลูกค้าน้อยที่สุด

รางวัลด้านการพัฒนา Cloud-Native

ธนาคารออมสิน (GSB) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านสถาบันการเงิน มีสาขา 1,060 แห่งทั่วประเทศ และให้บริการลูกค้ามากกว่า 22 ล้านราย กลุ่มลูกค้าของธนาคารประกอบด้วย ลูกค้าบุคคล องค์กรธุรกิจ และภาครัฐ ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างโอกาสในอนาคตให้กับคนไทย ธนาคารให้บริการทางดิจิทัลที่หลากหลาย เช่น การสอบถามยอดเงินคงเหลือในบัญชี การโอนเงินระหว่างธนาคารด้วยการใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และการชำระค่าบริการต่าง ๆ ด้วยการใช้บาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายแบงก์กิ้ง 

GSB เร่งให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของธนาคารออกสู่ตลาดได้รวดเร็วมากขึ้น ท่ามกลางความสนใจของลูกค้าที่มีต่อบริการด้านการเงินในรูปแบบดิจิทัลที่ต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ธนาคารได้ริเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์มโอเพ่นแบงก์กิ้งที่สามารถโฮสต์ APIs ของตนเอง และให้บริการด้านการบริหารจัดการ (Managed Services) ให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งภายใน และภายนอกองค์กร ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งรัดกุม โดยได้โยกย้ายระบบของธนาคารไปใช้โอเพ่นซอร์สที่ทำงานอยู่บน Red Hat Enterprise Linux, Red Hat Application Runtimes, Red Hat 3Scale API Management, Red Hat JBoss Fuse และ Red Hat OpenShift ด้วยความร่วมมือ และช่วยเหลือทางด้านเทคนิคจาก Red Hat Consulting การใช้ APIs ที่มีขนาดเล็กลงด้วยไมโครเซอร์วิส การที่ทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการ (DevOps) และเทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ต่าง ๆ ทำงานอยู่บนสภาพแวดล้อมเดียวกัน เพื่อทำให้กระบวนการต่าง ๆ อยู่ในรูปแบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงาน 

ทำให้ GSB สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเปิดตัวบริการดิจิทัลแบงก์กิ้งใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ส่งบริการใหม่สู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว และมีความคล่องตัวทางธุรกิจ GSB สามารถให้บริการที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมผ่านการใช้แพลตฟอร์มที่ทันสมัยเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าของธนาคาร

รางวัลด้าน Digital Transformation และการพัฒนา Cloud-Native

รางวัลด้านการพัฒนา Cloud-Native พิจารณาจากวิธีการทำงาน องค์กรที่มีความคล่องตัว และประสบความสำเร็จมากที่สุดจากประสิทธิภาพโดยรวมในการสร้างสรรค์ การบำรุงรักษา และการใช้แอปพลิเคชันทางธุรกิจ

ธนาคารทหารไทย (TMB) เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีความมุ่งมั่นและเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นผ่านนวัตกรรม และบริการทางการเงินที่เป็นประโยชน์สำหรับคนไทย

Red Hat Consulting ได้ทำงานร่วมกับ TMB ในการนำ Red Hat Open Shift Container Platform บน Red Hat Enterprise Linux รวมถึงการนำ DevOps มาใช้เป็นมาตรฐานแพลตฟอร์มใหม่สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชันต่าง ๆ ของธนาคาร ซึ่งนอกเหนือจากการที่ทำให้ธนาคารมีความสามารถในการพัฒนาบริการใหม่ ๆ ตามความต้องการของลูกค้า และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้ TMB สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการผ่านช่องทางดิจิทัลออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น บน Container Platform ที่มีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นสูง 

ก่อนหน้านี้แพลตฟอร์มเดิมของ TMB  มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งไม่ยืดหยุ่นต่อการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และปริมาณธุรกรรมดิจิทัลที่เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสิ้นเดือน หรือเมื่อมีแคมเปญพิเศษตามช่วงเทศกาล ซึ่งจะทำให้ระบบงานต้องทำงานถึงระดับสูงสุดเพื่อที่จะสามารถรองรับธุรกรรมที่สูงขึ้นในช่วงดังกล่าวได้ ธนาคารจึงต้องการแพลตฟอร์มที่มีเสถียรภาพ และความยืดหยุ่นสูง ให้สามารถรองรับการพัฒนาแอพพลิเคชันในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย เพื่อส่งผลให้ธนาคารสามารถเดินหน้าเข้าสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำแนวทางการเติบโตด้านธุรกิจดิจิทัลแบงก์กิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
และท้ายที่สุด การพยายามมองให้ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง เพราะปัจจุบันทุกคนกำลังอยู่ใน Digital Economy ซึ่งมีหลายเทคโนโลยีรองรับ โดยเฉพาะทาง Red Hat ซึ่งเราจะต้องเปลี่ยนมุมมอง และวิธีการทำงานเพื่อตอบโจทย์ตรงส่วนนี้เพื่อให้ทุกบริษัทสามารถ Move on ไปสู่ Digitial Transformation ได้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com
อ้างอิงรูปภาพ : medcom.id / redhat.com

Check here, how to register for getting 3,000 baht from “Kon-La-Krueng” project

เช็ควิธีการลงทะเบียนรับเงิน 3,000 บาท โครงการ “คนละครึ่ง”

สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง”เว็บไซต์ได้เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 ผ่าน www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. จำนวน 10 ล้านคน และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 นี้

โครงการ “คนละครึ่ง” มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อร้อยละ 50 โดยไม่เกิน 150 บาท ต่อคน ต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ เป็นวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท 

โดยผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องยืนยันตัวตนผ่าน G-Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” อีกขั้นตอนหนึ่งด้วย จึงจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิ์ได้ ซึ่งการใช้จ่ายจะมีช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 ในเวลา 06.00 น. – 23.00 น.  

ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญของโครงการนี้คือ ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์ หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ และไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก โดยสิทธิ์ที่ถูกตัดจะนำไปเปิดให้ลงทะเบียนใหม่

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น.– 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ หรือลงทะเบียนผ่านทางสาขาธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารฯ จะช่วยติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อใช้ในการรับชำระเงินจากการขายสินค้า

 

คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ แจกเงิน 3000 บาท 

  • มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย 
  • อายุตั้งแต่ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน 
  • ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น. – 23.00 น. 
  • ต้องไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 
  • จำกัดจำนวนไม่เกิน 10 ล้านคน หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด 

ขั้นตอนการใช้สิทธิ์หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ

  • รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน 
  • จากนั้นให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 
  • ยืนยันตัวตนใช้สิทธิ์ผ่าน g-Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 
  • ใช้จ่ายตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2563 จำกัดเวลาตั้งแต่ 06.00 น. – 23.00 น. 
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ต้องเริ่มใช้จ่าย ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์ หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ

คำถามพบบ่อยสำหรับ โครงการ “คนละครึ่ง” ในการลงทะเบียนสำหรับประชาชน มีดังนี้

  1. Q: สามารถใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือซ้ำกันในการลงทะเบียนได้หรือไม่  
    A: เบอร์มือถือที่ใช้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้ 
  2. Q: การลงทะเบียนภาคประชาชน จะแจ้งผลผ่านช่องทางใดบ้าง 
    A: ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะได้ผลลงทะเบียนทาง SMS ตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ 
  3. Q: หลังจากลงทะเบียนแล้ว ประชาชนจะทราบผลภายในกี่วัน
    A: ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะได้ผลลงทะเบียนทาง SMS ตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ ภายใน 3 วัน 
  4. Q: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนได้หรือไม่  
    A: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถลงทะเบียนบนเว็บไซต์ได้ ระบบจะล็อกให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้ 
  5. Q: ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้ารับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง สามารถเปลี่ยนแปลงเบอร์มือถือระหว่างรับสิทธิ์โครงการได้หรือไม่  
    A: ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเบอร์มือถือระหว่างรับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งได้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังคาดว่าโครงการจะสามารถเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ จากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 81,000 ล้านบาท ครอบคลุมประชาชน 24 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2563 และส่งแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องไปยังปี 2564

ขอบคุณข้อมูลจาก : คนละครึ่ง.com และ thebangkokinsight.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com / thebangkokinsight.com

Thai government has launched a new website “Thai-Mee-Ngan-Tam” for recruiting more than 50,000 job positions

รัฐบาลเปิดตัวเว็บ “ไทยมีงานทำ” พร้อมรับสมัครงานกว่า 50,000 ตำแหน่ง

หลังจากที่เกิดเหตุวิกฤติการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดภาวะลูกจ้างตกงานในหลาย ๆ ภาคส่วน ซึ่งทางกระทรวงแรงงานของประเทศไทยได้เล็งเห็นปัญหาวิกฤติการตกงานของประชากรในตอนนี้ จึงได้จัดทำแพลตฟอร์มหางานบนเว็บไซต์ ภายใต้ใช้ชื่อว่า “ไทยมีงานทำ.com”  ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ผู้ที่สนใจเข้าไปสมัครงานได้แล้ววันนี้  โดยมีตำแหน่งรออยู่กว่า 50,000 ตำแหน่ง มีทั้ง Full Time และ Part Time ทั่วประเทศ

เว็บ “ไทยมีงานทำ” มีอะไรให้ทำบ้าง ?

นอกจากเป็นเว็บไซต์ที่ช่วยในการหางานตามปกติ หรือให้ผู้ประกอบการมาลงเปิดรับสมัครตำแหน่งงานแล้ว ตัวเว็บไซต์เองยังมีเปิดให้ใช้ค้นหาหลักสูตรอบรมเพื่อเพิ่มวิชาชีพให้กับตนเองได้อีกด้วย ซึ่งการสมัครสมาชิก และการใช้บริการบนเว็บไซต์ สามารถดำเนินการได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ตัวอย่างการค้นหางานทั่วไป

ครอบคลุมการจ้างงานจำนวนมาก จากภาคเอกชนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงงานที่ตรงความต้องการ และความสามารถของตนเอง ผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์สามารถค้นหางาน โดยเสิร์ชหาตำแหน่งงานตามจังหวัดที่เลือก หรือจะลองค้นหาวิธีอื่น เช่น เลือกประเภทงาน, ภูมิภาค หรือ สัญญาจ้าง ตามความต้องการของผู้ค้นหาได้เลย

ตัวอย่างค้นหาหลักสูตรอบรม

ครอบคลุมหลักสูตรที่น่าสนใจทั้งจากภาคเอกชน และภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมที่ช่วยเพิ่มพูนความสามารถของตนเอง และเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ โดยหลักสูตรที่เปิดสอนในเว็บมีมากกว่า 1,177 คอร์ส มีทั้งหลักสูตรบริหารธุรกิจ, เรียนภาษา, สอนใช้โปรแกรมต่าง ๆ, อบรมดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุ, สอนแปรรูปอาหาร ฯลฯ และหลักสูตรส่วนใหญ่จะมีทั้งแบบเรียนออนไลน์ และเรียนในห้องตามปกติ อีกทั้งคอร์สเรียนส่วนใหญ่จะเป็น คอร์สเรียนฟรี อีกด้วย

ในอนาคตเว็บไซต์ ไทยมีงานทำ จะมีงานจากภาครัฐเพิ่มขึ้นมาอีก ตามโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม จากผลกระทบของไวรัส COVID-19 กรอบวงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท รวมถึงปลายเดือนกันยาที่จะถึงนี้จะมีการจัดงาน JOB EXPO THAILAND 2020 “ไทยมีงานทำ” ณ ไบเทคบางนา สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 26-28 กันยายน 2563 นี้

ส่วนสถิติงานทั้งหมดตอนนี้เว็บมีเปิดรับสมัครงานทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน โดยสามารถค้นหางานได้ครอบคลุมทุกสายงาน สามารถเข้าไปเช็คสถิติได้ที่ เมนู “ข้อมูลสถิติ”

หากผู้ใดสนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ ไทยมีงานทำ.com แล้วเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : droidsans.com และ ไทยมีงานทำ.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com