Get ready for “Pao Tang” e-wallet application, get money to domestic travel for “Teaw Pun Sook” campaign!

เตรียมพร้อมแอปฯ ‘เป๋าตัง’ ลุ้นรับตังค์ไปกระตุ้นท่องเที่ยวไทยกันกับ ‘เที่ยวปันสุข’

หลังจากที่ ครม.ไฟเขียวเห็นชอบกับ โครงการเที่ยวปันสุข ใน 3 แพ็คเกจ อันได้แก่ 1.แพ็คเกจกำลังใจ 2.แพ็คเกจเราไปเที่ยวกัน และ 3.แพ็คเกจเที่ยวปันสุข ด้วยงบกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 31 ต.ค. 2563

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงทะเบียน “เที่ยวปันสุข” ที่จะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ ประชาชนจะต้องเตรียมพร้อมด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง

โดยมีขั้นตอนการดาวน์โหลด และรายละเอียด ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ให้เข้าไปที่ Play Store ส่วนสำหรับผู้ใช้ระบบ iOS ให้เข้าไปที่ App Store แล้วค้นหาคำว่า “เป๋าตัง”  
  • ขั้นตอนที่ 2 เมื่อเปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จะขึ้นข้อความ “เป๋าตัง ใบใหม่” คลิกคำว่า “ถัดไป”
  • ขั้นตอนที่ 3 กรอก “เบอร์โทรศัพท์” แล้วคลิกคำว่า “ขอรหัส OTP”  จากนั้นจะได้รับรหัส OTP จาก SMS แล้วกรอกลงไป
  • ขั้นตอนที่ 4 เข้าสู่หน้า “ข้อตกลงและเงื่อนไข” ให้อ่านรายละเอียด เสร็จแล้วคลิกเครื่องหมายถูกหน้าข้อความ ยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ แล้วคลิกคำว่า “ตกลง”  จากนั้นให้ตั้งรหัส PIN จำนวน 6 หลัก เพื่อการเข้าใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง

“เป๋าตัง” เป็นแอปพลิเคชันกระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-วอลเล็ท ของทาง ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเริ่มให้บริการและมีบทบาทสำคัญในการแจกจ่ายเงินจากรัฐฯ ถึงประชาชนในมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” โดยครั้งนี้คาดว่าจะได้นำกลับมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอีกครั้งในการเป็นสื่อกลางรับเงิน E-Voucher มาตรการ “เที่ยวปันสุข”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึง แนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยจะแบ่งเป็น 3 แพ็คเกจคือ เที่ยวปันสุข, กำลังใจ และเราไปเที่ยวกัน ในการประชุมหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียนดังกล่าว จึงได้ให้ ททท. กลับไปพิจารณาขั้นตอนการลงทะเบียนให้เหมาะสมมากขึ้นอีกครั้ง ก่อนสรุปเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ทันเปิดลงทะเบียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ต่อไป 

นายลวรณ กล่าวว่า “การลงทะเบียนต่าง ๆ ต้องไม่ซับซ้อน ระบบจะเชื่อมโยงกันให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนและรอรับสิทธิ์ไปใช้ได้เลย ขณะที่ร้านค้า หรือโรงแรมต้องใช้ง่าย ข้อมูลจะลิ้งค์กันหมด โดยไม่ต้องคอนเฟิร์มกันไปมาให้ยุ่งยาก ซึ่งทั้งหมดต้องให้ทุกฝ่ายสะดวกที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบที่ ครม.อนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้วทั้งหมด” 

สำหรับแพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้ง กำลังใจ เที่ยวปันสุข และเราไปเที่ยวกัน มีความแตกต่างกันดังนี้

  • แพ็คเกจแรก “กำลังใจ” จัดทำขึ้นเพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือโควิด-19 งานนี้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน เตรียมแพคกระเป๋ารอเที่ยวฟรีผ่านบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย  โดยแจ้งความจำนงค์ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ 1 คน 1 สิทธิ์ (ครอบครัวไม่เกี่ยว) ในการท่องเที่ยวและศึกษาดูงานต่างจังหวัดฟรี ซึ่งบริษัทนำเที่ยวในแต่ละจังหวัด จะออกแบบแพ็คเกจนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งสามารถลงทะเบียนเข้าจองได้ผ่านแพลตฟอร์ม ธนาคารกรุงไทย ซึ่งโครงการนี้รัฐใช้งบ 2,400 ล้านบาท คาดว่าจะเกิดรายได้หมุนเวียนอย่างน้อย 6,500 ล้านบาท
  • แพ็คเกจที่สอง ”เราไปเที่ยวกัน” รัฐบาลสนับสนุนส่วนลดค่าที่พัก รวมสูงสุด 18,000 บาท ในลักษณะร่วมจ่าย (co-pay) 1 คนได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อจองห้องพักที่รัฐจะช่วยจ่ายค่าห้องพัก 40% ต่อคืน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และจองได้ไม่เกิน 5 คืน (หรือสูงสุดไม่เกิน 1,5000 บาทต่อ 5 คืน)   รวมทั้งสนับสนุนค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการโดยจะได้รับ “แจกเงินเที่ยว” หรือบัตรกำนัลดิจิทัล (อี-เวาเชอร์) จำนวน 600 บาทต่อคืน ซึ่งรัฐจะโอนให้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย เพื่อให้นำไปใช้จ่ายในกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ โดยสามารถใช้ อี-เวาเชอร์ ได้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน จนถึงวันที่เช็คเอาท์ (23.59น.) เท่านั้น (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดออกมาได้) แต่หากพบว่าไม่ได้ใช้เงิน 600 บาทต่อคืนก้อนนี้ รัฐก็จะยึดเงินกลับคืนระบบทันที ที่สำคัญต้องไปเที่ยวในจังหวัดที่ตนเองไม่ได้มีทะเบียนบ้านอยู่
  • แพ็คเกจสุดท้าย “เที่ยวปันสุข” รัฐบาลสนับสนุนการเดินทางของประชาชน เป็นส่วนลดค่าตั๋วบิน ค่ารถเช่า ไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งด้านการท่องเที่ยว ผ่าน 3 กลุ่ม คือ สายการบินในประเทศ รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่า รัฐจะช่วยจ่ายในอัตรา 40% ของราคาค่าบัตรโดยสาร แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าจองที่พักในแพ็กเกจ “เราไปเที่ยวกัน” จะได้รับสิทธิ์พิเศษจองบัตรโดยสารเครื่องบิน ทั้งขาไป-ขากลับ ในราคาสุดคุ้ม 2,500 บาท จากแพ็กเกจ “เที่ยวปันสุข” เพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ โดยสิทธิพิเศษนี้เป็นโครงการเสริมเพิ่มเติมเข้ามาโดยการร่วมมือกันระหว่างแพ็กเกจ “เราไปเที่ยวกัน” และโครงการ “เที่ยวปันสุข”

ขอบคุณข้อมูลจาก : thebangkokinsight, today.line และ เพจบัตรสวัสดิการเเห่งรัฐ

True Digital RoboCore, the Intelligent AI on cloud solution (Robot as a Service – Raas)

ทรูเปิดตัว True Digital RoboCore หุ่นยนต์งานบริการแห่งอนาคตดิจิทัล โซลูชันส์

ในยุคปัจจุบันการส่งของนับเป็นแนวทางที่บริษัทหุ่นยนต์หลายแห่งเริ่มนำมาสาธิตกันมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ COVID-19 ที่หลายบริษัทได้นำหุ่นยนต์ไปสาธิตการบริการ อาทิเช่น การขนส่งยาในโรงพยาบาล และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ทางบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นบริษัทในกลุ่มทรู ที่เน้นบริการสำหรับองค์กร ได้เปิดบริการ True Digital RoboCore หรือ บริการหุ่นยนต์ที่ใช้งานเป็นบริการ (robot as a service – RaaS) 

โดยคุณเอกราช ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจดิจิทัลโซลูชันส์ของบริษัทได้เล่าถึงแนวทางการใช้งานในอนาคตผ่านการสัมภาษณ์ออนไลน์ โดยระบุว่าการใช้บริการตอนนี้มักเป็นบริการแนะนำหรือต้อนรับลูกค้า หรือขยายไปยังบริการด้านความปลอดภัยตรวจสอบความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบการสวมหน้ากากอนามัยไปจนถึงพบผู้ประสบอุบัติเหตุล้มลง หรือตรวจสอบความหนาแน่นในอาคาร แต่การใช้งานในอนาคตเร็วๆ นี้น่าจะได้เห็นการใช้งานเพื่อส่งของกันมากขึ้น สำหรับการขนส่งยาในโรงพยาบาลที่นำมาทำเป็นแนวทางนั้น คุณเอกราชระบุว่าการใช้งานอาจจะไม่ได้ใช้ทั้งอาคารแต่เป็นการใช้งานในวอร์ดเฉพาะที่ต้องส่งของไปมาบ่อยกว่าปกติ หรืออาจจะต้องการสื่อสารกับผู้ป่วยระหว่างการส่งยา 

คุณเอกราชยังเล่าถึงอุปสรรคการใช้หุ่นยนต์เพื่อการส่งของในอาคารก่อนหน้านี้ว่าการทำงานร่วมกับลิฟต์เป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยก่อนหน้านี้การที่หุ่นยนต์จะสั่งงานลิฟต์ได้ต้องดัดแปลงลิฟต์จนมีต้นทุนที่แพงขึ้นมาก แต่ในช่วงหลังมีตัวแปลงอินฟราเรดทำให้หุ่นยนต์สามารถสั่งงานลิฟต์ได้ง่ายขึ้นมาก ทำให้เปิดทางที่จะใช้หุ่นยนต์ในการเดินทางไปทั่วทั้งอาคารได้ดีมากกว่าเดิม แต่ความยากของการประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนในการใช้งานหุ่นยนต์มาใช้งานยังคงมีปัจจัยอื่นๆ หลายอย่าง เช่น อัตราการใช้งานของแต่ละอาคารที่ไม่เท่ากันไปจนถึงระดับการบริการว่าของต้องไปถึงปลายทางในระยะเวลาเท่าใด

อย่างไรก็ตามแนวทางการใช้หุ่นยนต์ส่งของนั้นมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทางทรู ดิจิทัล กำลังทำงานร่วมกับคอนโดสองแห่งเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้หุ่นยนต์เป็นบริการส่งของขั้นสุดท้ายไปยังห้องผู้พักอาศัยโดยไม่ต้องให้นิติบุคคลจัดการแจกจ่ายของแบบเดิมอีก

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone

The future of Xbox, gaming isn’t just a console

มุมมองแห่งอนาคตของ Xbox การเล่นเกมจะไม่ใช่แค่คอนโซล

ด้วยมุมมองในอนาคตของไมโครซอฟท์ช่วงระยะหลังมานี้ ได้มีวิสัยทัศน์ต่อวงการเกม โดยมีท่าทีและออกนโยบายต่าง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะให้เกม และแพลตฟอร์ม Xbox ของตนเอง สามารถเข้าถึงและเล่นได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการออกคลาวด์เกมมิ่ง (Cloud Gaming) อย่าง xCloud และ Xbox Game Pass ที่เล่นได้ทั้งบนคอนโซล พีซี หรือแม้แต่อุปกรณ์เคลื่อนที่ และมักใส่เกมใหม่ ๆ เข้าไปให้ ตั้งแต่ day-1 ด้วย

โดยได้รับการยืนยันจาก Phil Spencer หัวหน้าฝ่ายของ Xbox ที่ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร WIRED ว่า “ไมโครซอฟท์มองว่าการเล่นเกมในอนาคตจะไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่แต่บนคอนโซลอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องเล่นบนอุปกรณ์ใดก็ได้ และเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนกับการที่เราดู Netflix จากอุปกรณ์ไหนก็ได้”

Phil Spencer, Head of Xbox
Credit for Photograph: Christian Petersen / Getty Images

ทั้งนี้ไมโครซอฟท์ไม่ได้ต้องการจะขัดกับเจ้าแห่งคอนโซลอย่างโซนี่ (SONY) แต่เป็นการเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันให้มากขึ้น ซึ่งการเสพสื่อในยุคนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่หน้าจอทีวีอีกต่อไป โดยสามารถเห็นได้จากการครองตลาดของเกมมือถือที่เป็นที่นิยมแซงหน้าคอนโซลไปแล้ว โดย Phil Spencer กล่าวว่า “เราจะมุ่งเน้นไปที่ผู้เล่น และอุปกรณ์ที่พวกเขามีอยู่ ตามไลฟ์สไตล์ของพวกเขา”

Phil Spencer ยังเชื่อด้วยว่าการเล่นเกมออนไลน์ในปัจจุบัน ไม่ควรถูกจำกัดให้เจอได้แต่เฉพาะผู้เล่นบนคอนโซลเดียวกัน ในเมื่อเล่นเกมเดียวกันก็ควรจะได้เจอกับผู้เล่นจากแพลตฟอร์มอื่นได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม Phil Spencer ยืนยันว่า “ไมโครซอฟท์ยังคงให้ความสำคัญกับคอนโซลอย่าง Xbox อยู่ โดยที่ Xbox Series X จะไม่ใช่คอนโซลรุ่นสุดท้ายของเรา เพียงแต่ว่าคอนโซลจะไม่ใช่แพลตฟอร์มเดียวที่ไมโครซอฟท์ให้ความสำคัญเท่านั้นเอง”

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone/Xbox, blognone/Cloud Gaming และ WIRED

Announcing Google Cloud VMware Engine: Accelerating your cloud journey

Google Cloud VMware Engine รองรับ VMware เต็มรูปแบบบนคลาวด์

เมื่อกลางปี 2019 กูเกิลจับมือกับ VMware เปิดตัวบริการลักษณะเดียวกันนี้ แต่บริหารโดยบริษัทพาร์ทเนอร์ชื่อ CloudSimple ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน กูเกิลประกาศซื้อกิจการบริษัท CloudSimple ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายระบบที่เป็น VMware ขึ้นคลาวด์ ซึ่งกูเกิลได้อธิบายว่าองค์กรจำนวนมากรันงานบน VMware อยู่แล้ว และต้องการย้ายงานเหล่านี้ขึ้นคลาวด์ การซื้อ CloudSimple ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้จึงตอบโจทย์ และทาง VMware ก็ออกมาแสดงความยินดีกับกูเกิลในการซื้อกิจการครั้งนี้ด้วย ว่าจะช่วยให้ความร่วมมือระหว่าง Google Cloud กับ VMware แนบแน่นขึ้นไปอีก  หลังจากซื้อกิจการเรียบร้อยแล้ว กูเกิลจึงนำโซลูชันของ CloudSimple มาให้บริการภายใต้ชื่อกูเกิลเองโดยตรง ซึ่งกลายมาเป็น Google Cloud VMware Engine นั่นเอง

กูเกิลได้กล่าวว่าบริการ VMware Engine เป็นการดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และซอฟต์แวร์สาย VMware ทั้งหมดโดยกูเกิลเอง ผู้ใช้จึงลดภาระในการดูแลระบบ อัพเกรดระบบลงไปได้มาก นอกจากนี้ การที่เป็นบริการใต้ร่ม Google Cloud อย่างเต็มรูปแบบ จึงเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ อย่าง BigQuery, Cloud Operations, Cloud Storage, Anthos ได้โดยตรงอีกด้วย

VMware มีความร่วมมือแบบนี้กับ AWS ตั้งแต่ปี 2016 ในชื่อว่า VMware Cloud on AWS และมีบริการแบบเดียวกันกับ Azure ในปี 2019 ชื่อ Azure VMware Solutions ซึ่งบริการของกูเกิลจึงถือเป็นคลาวด์ลำดับที่สามที่ซัพพอร์ต VMware เต็มรูปแบบ ในตอนนี้ Google Cloud VMware Engine เริ่มให้บริการแล้วในเขต North Virginia และ Log Angeles และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ (รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลที่ใกล้ประเทศไทยที่สุด) ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone/Google Cloud VMware Engineblognone/CloudSimple  และ Google

Thailand has launched the “Thai Chana” online platform for registration of merchants.

เศรษฐกิจไทยได้ก้าวต่อ เปิดตัวแพลตฟอร์มลงทะเบียนร้านค้าผ่านเว็บไซต์ ไทยชนะ.com

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ศบค. ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มชื่อว่า “ไทยชนะ” เพื่อให้ร้านค้าใช้รับลงทะเบียนลูกค้า สำหรับการเข้า-ออกใช้บริการร้านค้าต่าง ๆ ในช่วงผ่อนคลายมาตรการตามข้อกำหนดฯ ที่ได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ซึ่งดูแลโดยธนาคารกรุงไทย

เว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com หรือ www.thaichana.com มีประกาศกำหนดการเปิดให้ใช้งานระบบการลงทะเบียนกิจการและกิจกรรมได้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 เวลา 06.00 น. และได้มีคู่มือการใช้งาน สำหรับผู้ประกอบการลงทะเบียน และวิธีการสแกน QR ให้ด้วย

“ไทยชนะ” ทำอะไรได้บ้าง?  ระบบดังกล่าวได้มีการให้ร้านค้าลงทะเบียนประเภทร้านค้า, ชื่อ, ที่ตั้ง, ข้อมูลผู้ติดต่อ(มีการตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชน และรหัสประจำบัตร คล้ายกับโครงการเราไม่ทิ้งกัน) และมีแบบประเมินความพร้อมในการให้บริการของร้าน เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน ระบบจะสร้าง QR code และข้อมูลโดยสังเขป พร้อมรหัสประจำร้าน เพื่อให้ลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถือเข้าถึงระบบฯ ได้ต่อไป สำหรับลูกค้าผู้ใช้บริการ ลูกค้าสามารถสแกน QR code ที่ระบบได้สร้างขึ้น เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ไทยชนะ แล้วกดเข้าร้าน (Check-in) เมื่อกรอกหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้าเสร็จจะขึ้นหน้า จอแสดงยืนยันการเข้าร้าน ซึ่งระบุเวลาลงทะเบียน และเมื่อจะออกจากร้าน ลูกค้าจะต้องสแกน QR code เดิม เลือกออกจากร้าน (Check-out) ระบบจะให้ประเมินร้าน โดยระบุเวลาที่ใช้บริการ และการทำตามมาตรการฯ ของร้านค้า เมื่อประเมินเสร็จ ระบบจะแสดงผลการประเมินพร้อมระบุเวลาออกเช่นกัน

ภาพแสดงขั้นตอนการลงทะเบียนกิจการ/กิจกรรม ผ่าน www.ไทยชนะ.com จาก คู่มือการใช้งานโดย ศบค.

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone และ thaichana