Recommended 7 Apps for Staying at Home

7 แอปฯ แนะนำกิจกรรมในช่วงวันหยุดอยู่บ้าน

ช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังน่าเป็นห่วงแบบนี้ ทำให้หลายคนมองหากิจกรรมและการเสริมทักษะในแบบที่ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 แอปฯ คลายเหงาให้ทำในช่วงหยุดยาวกัน

Movie Streaming ดูหนังออนไลน์บรรเทิงได้ทั้งครบครัว 
1. Netflix เจ้าเก่า เจ้าเดิมที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มาพร้อมจุดเด่นที่มีภาพยนตร์ ซีรีส์ รายการทีวี และสารคดีจำนวนมหาศาล ทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี จีน หรือไทย โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลีหลายๆ เรื่องที่เป็นกระแสโด่งดังในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ล้วนแล้วแต่มีให้รับชมใน Netflix ทั้งสิ้น
2. Disney+ Hotstar คู่แข่งในระดับโลกของ Netflix ที่เรียกได้ว่าได้รับการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่า “ปัง” แน่นอน เพราะภายในเวลาเพียง 16 เดือน ก็สร้างฐานผู้ใช้งานได้เกิน 100 ล้านคนทั่วโลก ทำให้ Disney ต้องปรับเป้าหมายใหม่ให้สูงขึ้นกันเลยทีเดียว และเมื่อ Disney+ Hotstar เข้าไทย ขอบอกเลยว่าไม่ธรรมดา
3. HBO Go มีจุดเด่นที่คอนเทนต์ความบันเทิงคุณภาพระดับโลก โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่มีทั้งภาพยนตร์ดัง ภาพยนตร์ฮอลีวูด และภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล เป็นต้น รวมถึงยังมีซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Game of Throne ทั้ง 8 ซีซัน และซีรีส์ในตำนานอย่าง Friends Reunion นอกจากการรับชมคอนเทนต์ความบันเทิงแบบ On Demand แล้ว HBO Go ยังมีบริการช่องทีวีของตัวเองอีกด้วย

Comics Online อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านฟรี อ่านดี อ่านสนุก แถมถูกลิขสิทธิ์ด้วย
4. LINE Webtoon คอการ์ตูนไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ กับแอปฯ ยอดนิยมจาก LINE ที่แรกเริ่มเดิมทีถูกนำเข้ามาจากเกาหลี และเริ่มต้นแปลการ์ตูนเกาหลีให้คนไทยได้อ่านกันจนติดงอมแงม แถมยังมีเวอร์ชันที่เปิดให้คอมมูนิตี้จากผู้อ่านทางบ้านช่วยกันแปลอีกด้วย
5. WeComics แอปพลิเคชันอ่านการ์ตูนที่มีให้เลือกอ่านหลากหลายรูปแบบหลากหลายแนว นอกจากนี้ บางเรื่องที่มีให้อ่าน ยังถูกนำมาจากซีรีส์เรื่องดังที่ฉายจบไปแล้วอย่าง ปรมาจารย์ลัทธิมาร และ กาลครั้งหนึ่งที่ภูเขาหลิงเจี้ยน ก็มีให้อ่านกันที่นี่ด้วย

Language Skills เรียนภาษาออนไลน์ เพิ่มทักษะสุดเจ๋งให้กับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา
6. Duolingo อยากอัพเดรดความสามารถด้านภาษาเราขอแนะนำเว็บนี้เลย เพราะคุณจะได้เรียนรู้ทั้งการพูด การเขียนภาษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, เยอรมัน, สเปน, ฝรั่งเศส และอื่นๆอีกมากมาย ผ่านรูปแบบการเล่นเกม ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้
7. Memrise อยากเน้นภาษาอังกฤษต้องเว็บนี้ ช่วยฝึกสมองซีกขวาของคุณด้วยเกมส์ “Flash cards” ตามด้วยเกมส์จับคู่ตอบคำถามที่จะช่วยอัพสกิลภาษาอังกฤษให้กับคุณ งานนี้ทั้งสนุกทั้งได้ความรู้แบบจัดเต็มกันไปเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : brandinside.asia / thaiware.com / blog.fwd.co.th
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://unsplash.com/photos/paydk0JcIOQ

Google Meet gets fun filters and masks on iOS and Android

Google Meet เพิ่มฟิลเตอร์ และหน้ากากสนุกๆ บน iOS และ Android

Google อัปเดตฟีเจอร์เพิ่มเติมระหว่าง Video Call ให้กับ Google Meet เวอร์ชัน iOS และ Android โดยฟิลเตอร์จะคล้ายตอนคุย Facebook Messenger ที่จะมองเห็นปุ่มใหม่คือ “Styles” และ “Filters”

ทั้งนี้ข้อแตกต่างระหว่างทั้ง 2 ฟีเจอร์ คือ Styles เป็นเอฟเฟกต์สี เปลี่ยนอารมณ์ภาพ ส่วน Filters เป็นหน้ากากแบบ AR ฟีเจอร์ใหม่ใช้งานได้ทั้งแอปใน iOS และ Android และใช้งานได้ผ่าน Google Meet ใน Gmail ด้วย ลูกเล่นใหม่นี้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ใช้ Google Meet เพื่อคุยกับเพื่อน คุยกับครอบครัวมากขึ้น แทนที่จะใช้เพื่อการทำงานเพียงอย่างเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone.com
อ้างอิงรูปภาพ : twitter.com / engadget.com

7 Application for working people

7 แอปพลิเคชั่น เพื่อคนทำงาน

สมัยนี้ การใช้ชีวิตค่อนข้างจะสะดวกสบาย เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้นเอื้อประโยชน์ให้กับชีวิตเรามากมายมหาศาล สารพัดแอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ใช้งานหลากหลายวัตถุประสงค์ แต่เป้าหมายหลัก ๆ ก็คือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง

1. แอปพลิเคชันสารพัดจัดการเรื่องเงิน
กิเลสเป็นของคู่กันกับมนุษย์เงินเดือนเพื่อรองรับสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ เรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ แค่มีแอปฯ ของธนาคารติดสมาร์ทโฟนไว้ ก็ให้ความสะดวกและประโยชน์ไม่ว่าจะใช้เช็กเงินเดือน โอนเงินไปบัญชีนั้นบัญชีนี้ หรือจ่ายเงินค่านู่นค่านี่ได้ง่ายโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และไม่ต้องไปเข้าคิวที่สาขา แต่ทั้งนี้เราก็ควรมีแอปฯ ที่ช่วยบริหารจัดการเงินไม่ให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเกิดไปด้วย เช่น Piggipo, Money Lover, Spendee, Money Manager Expense & Budget, มีตังค์ เป็นต้น

2. แอปพลิเคชันสำหรับทำงานทุก ๆ ที่
เป็นมนุษย์เงินเดือนจะมีแอปฯ สำหรับทำงานติดเครื่องก็เป็นเรื่องปกติ ในยุคแบบนี้ต้องสามารถทำงานได้จากทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก ถ้ามีเคสเร่งด่วนขึ้นมาก็ต้องพร้อมทำงานอยู่เสมอทุกที่ทุกเวลา แอปฯ ที่ควรมีติดเครื่องก็ขึ้นอยู่กับว่าทำงานสายงานไหน หากอยู่ในสายสื่อสาร ก็อาจต้องโหลดพวกแอปฯ พจนานุกรมไว้เช็กคำผิด เช็กความหมายคำ สายกราฟิกก็ต้องมีแอปฯ ที่เกี่ยวกับงานออกแบบ งานตัดต่อ สายเอกสารก็ต้องมีพวกแอปฯ ที่ช่วยจัดการเอกสาร เช่น Google Drive, Clear Scanner, Google Docs, Trello, Simplemind, Canva, Royal, Society, Google Translate, Over: Edit Photos & Add Text เป็นต้น

3. แอปพลิเคชัน Video Calling
เพราะรูปแบบการทำงานของมนุษย์เงินเดือนยุคโควิดเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยเรียกประชุมกันที่ห้องประชุมออฟฟิศ กลายเป็นต้องนั่งประชุมอยู่บ้านใครบ้านมัน ซึ่งเราก็จำเป็นต้องปรับตัวตาม แม้จะนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน การประชุมหารือกับเพื่อนร่วมงานในทีมก็ยังคงจำเป็นและต้องดำเนินไปตามปกติ ฉะนั้น แอปฯ สำหรับประชุมออนไลน์ หรือพวกแอปฯ  Video Calling จึงกลายเป็นตัวช่วยชั้นดี เช่น Zoom, Skype, Slack, Google Hangouts, LINE, Messenger เป็นต้น

4. แอปพลิเคชัน To Do List
พอเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนเริ่มเปลี่ยนมารับบทมนุษย์ขี้ลืม เพราะแต่ละวันมีสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องทำมากมายเหลือเกิน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บ่อยครั้งเราจะหลงลืมตารางงาน หรือจำสลับช่วงเวลากัน ดังนั้น เพื่อจัดระเบียบชีวิตให้ลงตัวมากที่สุด ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่เขาออกแบบมาให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น คือแอปฯ ประเภท To Do List ที่มีไว้เพื่อใช้เตือนความจำเรื่องต่าง ๆ และจัดการกับตารางงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และง่ายดาย เช่น Todoist, TickTick, Microsoft To Do, Google Tasks, Nozbe, Any.do เป็นต้น

5. แอปพลิเคชันเช็กสภาพอากาศ
ก่อนออกจากบ้าน หรือออฟฟิศก็จะต้องรู้ว่าคุณภาพอากาศภายนอกแย่แค่ไหน ฝุ่นพิษ มลพิษเป็นอย่างไร สภาพอากาศแต่ละที่แดดออก ฝนตก พายุเข้า เลิกงานแล้วฝนจะตกไหม พร้อมพยากรณ์ในอีกหลายวันข้างหน้า พรุ่งนี้ฝนจะตก หรือแดดจะออก อย่าลืมพกร่ม แอปฯ ก็สามารถเช็กได้หมด และมีคำแนะนำด้วยว่าควรต้องทำตัวอย่างไร เพราะสภาพอากาศสัมพันธ์กับสุขภาพ ฉะนั้น ควรจะมีติดเครื่องไว้ดีกว่า เช่น RainViewer: เรดาร์ฝน พยากรณ์อากาศ รายงานสภาพอากาศ, Air Quality, TVIS เป็นต้น

6. แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเดินทาง
ส่วนใหญ่แล้ว มนุษย์เงินเดือนมักจะต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก การที่มีแอปฯ ที่เกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะ แอปฯ แผนที่ และแอปฯ เช็กสภาพจราจร จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นกว่าเดิม การเดินทางไปไหนมาไหนใน ก็จะยุ่งยากน้อยลง ในการทำงานการเดินทางไปถึงตรงเวลานัดหมาย หรือแม้กระทั้งการเข้างานให้ทันเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องรีบไปโหลดแอปฯ เกี่ยวกับการเดินทางติดเครื่องไว้ ไม่ว่าจะรถติด หลงทาง รอรถนาน ต้องขึ้นรถสายไหน เราก็สามารถจัดการชีวิตได้ง่าย และลงตัวขึ้น เช่น ViaBus, Moovit, Bangkok MRT, BTS SkyTrain, ขสมก., รถเมล์ – รวมข้อมูลสายรถเมล์ รถตู้ รถประจำทาง, BMA Live Traffic, Google Map, JS100

7. แอปพลิเคชันบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ
หลายคนอาจคาดไม่ถึงเกี่ยวกับแอปฯ ในกลุ่มนี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าไม่ว่าเราจะเป็นมนุษย์เงินเดือนขององค์กรภาครัฐ หรือภาคเอกชน เราทุกคนล้วนมีพันธะผูกพันอยู่กับส่วนราชการ ที่แน่ ๆ ก็คือ เรื่องการส่งเงินสมทบประกันสังคม การจ่ายภาษี ฯลฯ ฉะนั้น การมีแอปฯ ที่เป็นบริการต่างของภาครัฐ จะทำให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นมาก ๆ อย่างแอปฯ ประกันสังคม ก็สามารถเช็กสิทธิประกันสังคม เช็กยอดเงินสมทบ แอปฯ ดำเนินจ่ายภาษี ก็ช่วยให้เราจัดการเรื่องภาษีง่ายขึ้น และแอปฯ ที่ทุกคนน่าจะต้องมีก็คือ แอปฯ เป๋าตัง ที่จะเรียกว่าเป็นแอปฯ อเนกประสงค์ของภาครัฐก็ไม่ผิดเท่าไรนัก เช่น RD Smart Tax, SSO Connect, Smart Labour, เป๋าตัง เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : tonkit360.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com

Facebook Shops make it easier for shoppers to discover the product

Facebook Shops เปิดประสบการณ์นักช้อปให้ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้น

Facebook ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Facebook Shops ในประเทศไทยวันนี้ ยังรวมไปถึงโซลูชันสำหรับโฆษณาเพื่อใช้งานใน Shops ซึ่งได้แก่ Ads with Product Tags, Custom Audiences และ Collaborative Ads ด้วย

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าจาก Shops บน Facebook มากกว่า 300 ล้านคนต่อเดือน และมีธุรกิจที่ใช้ประสบการณ์จาก Shops เป็นประจำทุกเดือนกว่า 1.2 ล้านร้านค้า โดยฟีเจอร์ Facebook Shops จะทำให้ภาคธุรกิจของไทยสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อสำหรับกลุ่มลูกค้าของพวกเขาได้ ทั้งบน Facebook และ Instagram การสร้าง Facebook Shops นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ยุ่งยาก

ถึงแม้ว่าโรคระบาดโควิด-19 จะทำให้ภาคธุรกิจหันไปใช้ช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ Facebook ได้เห้นถึงการที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ขายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ หรือแบรนด์ระดับโลก ให้เชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันในเครือของ Facebook ได้

ซึ่งการมาถึงของฟีเจอร์ใหม่อย่าง Facebook Shops ในประเทศไทยในครั้งนี้จะทำให้ผู้คนสามารถค้นพบสินค้าใหม่ๆ และช้อปปิ้งได้ง่ายขึ้น 

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Facebook ได้กล่าวถึงประสบการณ์การช้อปปิ้งและนวัตกรรมใหม่นี้ว่า “สิ่งที่เราเปิดตัวในวันนี้ ผมคิดว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญของเราเลยทีเดียวที่เราได้นำเสนอการโฆษณาในร้านค้าบน Facebook หรือ Shops ads ที่จะเสริมประสบการณ์โฆษณาที่ตอบโจทย์ความต้องการและความชอบของแต่ละคน โดย Shops ads นี้จะทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถนำเสนอช่องทางให้กับลูกค้าในจุดที่พวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้านั้นๆ มากที่สุดตามพฤติกรรมการช้อปปิ้งของพวกเขา”

โดยร้านค้าสามารถเลือกสินค้าที่ต้องการนำมาแสดงได้ นอกจากนี้แบรนด์ต่างๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวและพาให้ลูกค้าเข้ามาที่หน้าร้านออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้งานจะเห็น Facebook Shops ได้บนหน้า Facebook Page หรือโปรไฟล์ Instagram ของร้านค้านั้นๆ และยังสามารถค้นพบได้บน Stories หรือในโฆษณาด้วย แถมมีข้อมูลต่างๆ ให้ลูกค้าได้อ่านและศึกษาก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนเรทติ้ง หรือรีวิวของสินค้านั้นๆ ใน Shops บน Instagram รวมไปถึงฟีเจอร์ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถโพสต์รูปภาพและวิดีโอของสินค้าได้ โดยจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

Facebook Shops มาพร้อมโซลูชันสำหรับโฆษณาแบบใหม่ ที่จะทำให้ร้านค้าสามารถมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยศึกษาจากความชอบของลูกค้า

โซลูชันดังกล่าวนี้ รวมไปถึงการค้นหาลูกค้าที่เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ ผ่านฟีเจอร์ Ads with Products Tags ซึ่งทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถพาลูกค้าเข้ามาที่ Shops ของตนเองได้โดยตรง หรือ Shopping Custom Audiences ที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถสานต่อบทสนทนากับลูกค้าที่เคยแสดงความสนใจในตัวสินค้านั้นๆ มาแล้ว โดยเมื่อรวมกันแล้ว ชุดโซลูชันสำหรับโฆษณา หรือ Shop Ads ที่ออกแบบมาเพื่อความเฉพาะบุคคลนี้ จะช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างยอดขายจากลูกค้าที่ค้นพบสินค้าของตนเองได้

นอกจากนี้ Facebook ยังได้ทำให้การช้อปปิ้งแบบเรียลไทม์ง่ายขึ้นด้วย โดยการเพิ่มฟีเจอร์ใน Facebook Live Shopping ซึ่งสะท้อนมาจากการที่นักช้อปชาวไทยให้ความสนใจในประสบการณ์อันดื่มด่ำของการซื้อของออนไลน์ ที่จะทำให้พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com
อ้างอิงรูปภาพ : about.fb.com / facebook.com

New features updated in Android 12 Beta 2 at Google I/O 2021

Android 12 Beta 2 ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่
ในงาน Google I/O 2021

Android 12 Beta 2 เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว สำหรับมือถือกลุ่ม Pixel  ตามแผนของกูเกิลจะออก Beta ทั้งหมด 4 ตัว และออกตัวจริงในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 เช่นเดิม

ซึ่ง Android 12 Beta 2 มีฟีเจอร์ใหม่สำคัญที่ประกาศไว้ในงาน Google I/O 2021 คือ ระบบธีมของ Android 12 จะเปลี่ยนโทนสีอัตโนมัติตามภาพพื้นหลัง ซึ่งเป็นฟีเจอร์นี้ยังไม่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Beta 1

และฟีเจอร์ใหม่อย่างอื่นคือ Privacy Dashboard หน้าจอรวมข้อมูลว่าแอปแต่ละตัวเข้าถึงข้อมูลหรือสิทธิใดบ้าง

โดยจะมี แถบ status bar ด้านบนจะแสดงไอคอนไมโครโฟนกับกล้องถูกใช้งานอยู่ มีการเพิ่มปุ่มให้มามารถปิดไมโครโฟน และกล้องใน Quick Settingsได้ และเพิ่มการแสดงสถานะว่าแอปตัวใดเข้าถึง clipboard บ้างเป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone.com
อ้างอิงรูปภาพ : android-developers.googleblog.com / theverge.com

1 2 3 8