Zoom free users will get end-to-end encryption

Zoom เปลี่ยนใจ ให้ผู้ใช้งานเวอร์ชันฟรี อาจได้รับการเข้ารหัสแบบ End-to-End ด้วย

ล่าสุด Zoom ได้ออกมาบอกว่าอาจเปลี่ยนใจเริ่มปล่อยอัปเดตการเข้ารหัส End-to-End เป็นเวอร์ชันเบต้าทดสอบให้กับทุกเวอร์ชัน ทั้งแบบเสียเงิน และแบบฟรีภายในเดือนหน้า ซึ่งในแบบเสียเงินจะมีการมอบสิทธิ์ให้ผู้ดูแลระบบบัญชี (Account administrators) สามารถตั้งค่าเปิด – ปิดการเข้ารหัส End-to-End ของผู้ใช้งานได้

ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เคยนำเสนอเกี่ยวกับ Zoom ไปแล้วว่า จะไม่มีการเข้ารหัสแบบ End-to-End ให้กับเวอร์ชันฟรี เพราะเป็นห่วงว่าผู้ใช้งานอาจนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้คำพูดเชิงเกลียดชัง (hate speech) และการคุกคามทางเพศ ซึ่งต้องการที่จะให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถตรวจสอบได้ตลอด

โฆษกของบริษัทได้กล่าวว่า “Zoom จะไม่เข้าไปก้าวก่าย หรือสอดส่องการใช้งานของลูกค้าทุกท่าน และจะไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ยกเว้นแต่ในกรณีที่มีเนื้อหาส่อไปทางล่วงละเมิดทางเพศเด็ก” ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสูงสุด Eric Yuan แต่ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตรวจสอบผู้ใช้ได้ หากผู้ใช้รายนั้นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงทำให้การเข้ารหัสแบบ End-to-End จะเปิดให้บริการเฉพาะกับผู้ใช้งานที่มีการยันตัวตน ดังนั้นผู้ใช้งานทั่วไปที่จะสมัครฟรี จะต้องยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลส่วนตัว และมีการยืนยันผ่านการแจ้งเตือนไปยังเบอร์โทรศัพท์เพิ่มด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้จะสมัครผ่านอีเมลเพียงอย่างเดียว โดยการทดสอบการเข้ารหัส End-to-End จะเริ่มภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และยังมีการอัปเดตเพิ่มฟังก์ชันการรายงานความประพฤติของผู้ใช้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware และ theverge

Get ready for “Pao Tang” e-wallet application, get money to domestic travel for “Teaw Pun Sook” campaign!

เตรียมพร้อมแอปฯ ‘เป๋าตัง’ ลุ้นรับตังค์ไปกระตุ้นท่องเที่ยวไทยกันกับ ‘เที่ยวปันสุข’

หลังจากที่ ครม.ไฟเขียวเห็นชอบกับ โครงการเที่ยวปันสุข ใน 3 แพ็คเกจ อันได้แก่ 1.แพ็คเกจกำลังใจ 2.แพ็คเกจเราไปเที่ยวกัน และ 3.แพ็คเกจเที่ยวปันสุข ด้วยงบกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 31 ต.ค. 2563

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงทะเบียน “เที่ยวปันสุข” ที่จะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ ประชาชนจะต้องเตรียมพร้อมด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง

โดยมีขั้นตอนการดาวน์โหลด และรายละเอียด ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android ให้เข้าไปที่ Play Store ส่วนสำหรับผู้ใช้ระบบ iOS ให้เข้าไปที่ App Store แล้วค้นหาคำว่า “เป๋าตัง”  
  • ขั้นตอนที่ 2 เมื่อเปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จะขึ้นข้อความ “เป๋าตัง ใบใหม่” คลิกคำว่า “ถัดไป”
  • ขั้นตอนที่ 3 กรอก “เบอร์โทรศัพท์” แล้วคลิกคำว่า “ขอรหัส OTP”  จากนั้นจะได้รับรหัส OTP จาก SMS แล้วกรอกลงไป
  • ขั้นตอนที่ 4 เข้าสู่หน้า “ข้อตกลงและเงื่อนไข” ให้อ่านรายละเอียด เสร็จแล้วคลิกเครื่องหมายถูกหน้าข้อความ ยอมรับเงื่อนไขการใช้บริการ แล้วคลิกคำว่า “ตกลง”  จากนั้นให้ตั้งรหัส PIN จำนวน 6 หลัก เพื่อการเข้าใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง

“เป๋าตัง” เป็นแอปพลิเคชันกระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-วอลเล็ท ของทาง ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเริ่มให้บริการและมีบทบาทสำคัญในการแจกจ่ายเงินจากรัฐฯ ถึงประชาชนในมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” โดยครั้งนี้คาดว่าจะได้นำกลับมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอีกครั้งในการเป็นสื่อกลางรับเงิน E-Voucher มาตรการ “เที่ยวปันสุข”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึง แนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยจะแบ่งเป็น 3 แพ็คเกจคือ เที่ยวปันสุข, กำลังใจ และเราไปเที่ยวกัน ในการประชุมหารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ถึงแนวทางการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียนดังกล่าว จึงได้ให้ ททท. กลับไปพิจารณาขั้นตอนการลงทะเบียนให้เหมาะสมมากขึ้นอีกครั้ง ก่อนสรุปเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ทันเปิดลงทะเบียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ต่อไป 

นายลวรณ กล่าวว่า “การลงทะเบียนต่าง ๆ ต้องไม่ซับซ้อน ระบบจะเชื่อมโยงกันให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ลงทะเบียนและรอรับสิทธิ์ไปใช้ได้เลย ขณะที่ร้านค้า หรือโรงแรมต้องใช้ง่าย ข้อมูลจะลิ้งค์กันหมด โดยไม่ต้องคอนเฟิร์มกันไปมาให้ยุ่งยาก ซึ่งทั้งหมดต้องให้ทุกฝ่ายสะดวกที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบที่ ครม.อนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้วทั้งหมด” 

สำหรับแพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้ง กำลังใจ เที่ยวปันสุข และเราไปเที่ยวกัน มีความแตกต่างกันดังนี้

  • แพ็คเกจแรก “กำลังใจ” จัดทำขึ้นเพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือโควิด-19 งานนี้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน เตรียมแพคกระเป๋ารอเที่ยวฟรีผ่านบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย  โดยแจ้งความจำนงค์ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ 1 คน 1 สิทธิ์ (ครอบครัวไม่เกี่ยว) ในการท่องเที่ยวและศึกษาดูงานต่างจังหวัดฟรี ซึ่งบริษัทนำเที่ยวในแต่ละจังหวัด จะออกแบบแพ็คเกจนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน ไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งสามารถลงทะเบียนเข้าจองได้ผ่านแพลตฟอร์ม ธนาคารกรุงไทย ซึ่งโครงการนี้รัฐใช้งบ 2,400 ล้านบาท คาดว่าจะเกิดรายได้หมุนเวียนอย่างน้อย 6,500 ล้านบาท
  • แพ็คเกจที่สอง ”เราไปเที่ยวกัน” รัฐบาลสนับสนุนส่วนลดค่าที่พัก รวมสูงสุด 18,000 บาท ในลักษณะร่วมจ่าย (co-pay) 1 คนได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อจองห้องพักที่รัฐจะช่วยจ่ายค่าห้องพัก 40% ต่อคืน แต่สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และจองได้ไม่เกิน 5 คืน (หรือสูงสุดไม่เกิน 1,5000 บาทต่อ 5 คืน)   รวมทั้งสนับสนุนค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการโดยจะได้รับ “แจกเงินเที่ยว” หรือบัตรกำนัลดิจิทัล (อี-เวาเชอร์) จำนวน 600 บาทต่อคืน ซึ่งรัฐจะโอนให้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย เพื่อให้นำไปใช้จ่ายในกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ โดยสามารถใช้ อี-เวาเชอร์ ได้ตั้งแต่วันที่เช็คอิน จนถึงวันที่เช็คเอาท์ (23.59น.) เท่านั้น (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดออกมาได้) แต่หากพบว่าไม่ได้ใช้เงิน 600 บาทต่อคืนก้อนนี้ รัฐก็จะยึดเงินกลับคืนระบบทันที ที่สำคัญต้องไปเที่ยวในจังหวัดที่ตนเองไม่ได้มีทะเบียนบ้านอยู่
  • แพ็คเกจสุดท้าย “เที่ยวปันสุข” รัฐบาลสนับสนุนการเดินทางของประชาชน เป็นส่วนลดค่าตั๋วบิน ค่ารถเช่า ไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งด้านการท่องเที่ยว ผ่าน 3 กลุ่ม คือ สายการบินในประเทศ รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่า รัฐจะช่วยจ่ายในอัตรา 40% ของราคาค่าบัตรโดยสาร แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เข้าจองที่พักในแพ็กเกจ “เราไปเที่ยวกัน” จะได้รับสิทธิ์พิเศษจองบัตรโดยสารเครื่องบิน ทั้งขาไป-ขากลับ ในราคาสุดคุ้ม 2,500 บาท จากแพ็กเกจ “เที่ยวปันสุข” เพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ โดยสิทธิพิเศษนี้เป็นโครงการเสริมเพิ่มเติมเข้ามาโดยการร่วมมือกันระหว่างแพ็กเกจ “เราไปเที่ยวกัน” และโครงการ “เที่ยวปันสุข”

ขอบคุณข้อมูลจาก : thebangkokinsight, today.line และ เพจบัตรสวัสดิการเเห่งรัฐ

Zoom free users won’t get end-to-end encryption

Zoom ไม่มีการเข้ารหัสแบบ End-to-End ในเวอร์ชันฟรี

ความปลอดภัยที่ Zoom กำลังปรับปรุงอยู่คือ กระบวนการเข้ารหัสแบบ end-to-end หลังจากที่ซื้อ Keybase ผู้ให้บริการคลาวด์แบบเข้ารหัส end-to-end ไปนั้น ซึ่งต้องการนำเทคโนโลยีมาให้บริการประชุมแบบเข้ารหัส end-to-end อย่างแท้จริง อย่างไรตามบริการนี้จะจำกัดเฉพาะลูกค้าที่จ่ายค่าสมาชิกเท่านั้น เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้จะไม่สามารถโทรศัพท์เข้าร่วมประชุมได้, ไม่สามารถบันทึกการประชุม และไม่สามารถใช้อุปกรณ์ห้องประชุมยี่ห้ออื่นได้
นอกจากการเข้ารหัสแบบ end-to-end แล้ว อีกปัญหาของ Zoom หรือการเข้ารหัสภาพแบบ AES-256 ในโหมด ECB ที่ทำให้แฮกเกอร์มองเห็น “รูปแบบข้อมูล” เนื่องจากโหมด ECB หากข้อมูลเหมือนเดิมจะเข้ารหัสได้ค่าเดิมเสมอ โดยใน Zoom 5.0 ที่ออกมาแล้ว จะเปลี่ยนเป็น AES-256-GCM แทน

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Zoom ปล่อยการเข้ารหัสแบบ end-to-end ออกมาจริง กลุ่มผู้ใช้งานฟรีจะไม่ได้มีกระบวนการเข้ารหัสแบบนี้ โดย Eric Yuan ให้เหตุผลเอาไว้ว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ Zoom ถูกเอาไปใช้ในทางที่ผิด และเผื่อกรณีที่จำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่าง FBI

ตอนนี้ Zoom เจอปัญหาในการใช้งานจากผู้ใช้บางรายเช่น hate speech, เนื้อหาที่มีการละเมิดสิทธิเด็ก โดยก่อนหน้านี้ Zoom และแพลตฟอร์มสตรีมวิดีโออื่น ๆ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการ abuse เด็ก ไปจนถึงพฤติกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างไรก็ตาม Zoom ยืนยันว่า ไม่ได้คอยสอดส่องการประชุมของผู้ใช้งานและไม่แอบบันทึกการประชุมเอาไว้เองโดยไม่แจ้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone/zoom-end-to-end, blognone/zoom-keybase, The Next WebThe Verge

Announcing Microsoft Lists – Information tracking app in Microsoft 365

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Microsoft Lists แอปพลิเคชั่นใหม่ในตระกูล Microsoft 365

ในงาน Build 2020 ไมโครซอฟท์เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ในตระกูล Microsoft 365 เพิ่มอีกตัวคือ Microsoft Lists

Microsoft Lists เป็นแอปพลิเคชันจดรายการ ที่คล้ายกับ Microsoft To-Do ฝั่งคอนซูเมอร์ แต่จริงๆ แล้วมันมีฟีเจอร์สำหรับ issue tracking (คล้ายกับ Jira) และการวางแผนงานให้คนในทีม (คล้ายกับ Trello หรือ Asana) ในตัว ซึ่งมีระบบจัดหมวดด้วยสี, แจกงานให้เพื่อนร่วมทีม, คอมเมนต์ในรายการได้, กำหนดระยะเวลาพร้อมแสดงเป็นปฏิทิน

Microsoft Lists เปิดตัวมาพร้อมทั้งเว็บแอปและแอปมือถือ รวมถึงการเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นของไมโครซอฟท์อย่างแนบแน่น อย่างเช่น สร้างและดูรายการจากใน Teams หรือ SharePoint ได้โดยไม่ต้องสลับแอป, เชื่อมต่อกับแอปตระกูล Power เพื่อสั่งงานอัตโนมัติบางอย่างได้, สร้างลิสต์อัตโนมัติจากไฟล์ Excel ได้ เป็นต้น ซึ่ง Microsoft Lists จะเปิดให้ใช้งานในช่วงกลางปีนี้

หน้าเว็บ Microsoft Lists

ระบบเทมเพลต แยกตามสี

แสดงผลใน Microsoft Teams

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone, Microsoft และ Microsoft Lists