10 tips Infographic Design to beautiful and effective

แนะนำ 10 วิธี ออกแบบ Infographic ให้สวยงาม และมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของอินโฟกราฟิก คือ ข้อมูลที่ย่อยง่าย จากการลดทอนรายละเอียด รวมถึงมีการใช้ภาพ และสัญลักษณ์ในการดึงดูดผู้คน แน่นอนว่าทุกวันนี้อินโฟกราฟิกนับเป็นรูปแบบในการใช้นำเสนอข้อมูลกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นรูปภาพที่มาพร้อมข้อมูลที่เห็นภาพชัด และอ่านง่ายนั่นเอง เพราะฉะนั้นการทำอินโฟกราฟิกจึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาพ และตัวหนังสือ แต่ยังมีอีกหลายจุดที่ควรรู้มากมาย เพื่อให้การออกแบบออกมาเป็นมิตรกับผู้อ่านมากที่สุด

วันนี้เลยรวบรวม 10 ทิปส์พื้นฐานรู้ไว้ก่อนเริ่มทำอินโฟกราฟิก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาสามารถนำไปใช้งานได้จริง ไปดูกันเลยค่ะว่าทิปส์ที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

เลือกขนาดให้เข้ากับแพลตฟอร์ม ก่อนที่จะทำอินโฟกราฟิกก็ต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มที่จะลงก่อน ดูว่าแพลตฟอร์มที่จะโพสต์เหมาะกับภาพอัตราส่วนเท่าไหร่ 1:1, 4:5 หรือ 9:16 ซึ่งเราแนะนำให้ใช้อัตราส่วน 4:5 สำหรับคนที่อยากโพสต์แบบข้ามแพลตฟอร์มจะสามารถนำไปใช้ต่อได้มากที่สุด

ภาพจาก : rainmaker.in.th

สร้าง Wireframe ทุกครั้งก่อนทำ ออกแบบโครงร่างคร่าว ๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าอินโฟกราฟิกจะออกมาเป็นแบบไหน จะได้จัดการกับทั้งข้อมูล และรูปภาพได้อย่างเหมาะสมสวยงามที่สุด ทั้งนี้ยังช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน และป้องกันความสับสน หรือไอเดียตันระหว่างทำอินโฟกราฟิกได้อีกด้วย

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ใช้ Visual Hierarchy ควรมีการจัดลำดับภาพให้เหมาะสม แบ่งเป็นประเภทของข้อมูลออกเป็นสัดส่วน หรือหมวดหมู่ที่ชัดเจน เพื่อทำให้ข้อมูลที่ซับซ้อนดูง่ายขึ้น ผู้อ่านจะได้รู้ว่าควรอ่านจากตรงไหนก่อนหลังนอกจากนี้ควรจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สมดุลกัน ทั้งการเว้นขอบซ้ายขวา หรือบนล่าง เพื่อไม่ให้หนักด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ข้อมูลไม่เยอะจนเกินไป ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของอินโฟกราฟิกก็จริง แต่สิ่งที่ใส่ไปในอินโฟกราฟิกต้องไม่เยอะจนเกินไป ไม่อย่างนั้นผู้อ่านจะรู้สึกว่าได้รับข้อมูลท้วมท้นเกินความจำเป็น และไม่รู้ว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ฟอนต์อ่านง่าย แต่ต้องสะดุดตา เนื่องจากอินโฟกราฟิกมีจุดประสงค์คือการให้ข้อมูล ตัวหนังสือที่ใช้ควรจะอ่านง่าย หากใช้ฟอนต์หลายแบบในงานเดียวผู้อ่านจะสับสน และไม่รู้ว่าส่วนไหนที่เน้นเป็นส่วนสำคัญกันแน่ ซ้ำยังอาจทำให้อ่านยาก แนะนำให้ใช้ไม่เกิน 2 ฟอนต์ สำหรับแยกความแตกต่างให้หัวข้อกับตัวข้อมูล

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ใช้ไอคอนหรือภาพประกอบ เพื่อช่วยในการลดตัวหนังสือ ลดความซับซ้อน แถมยังช่วยดึงดูด เมื่อคนเห็นปุ๊บก็เข้าใจปั๊บโดยที่ไม่ต้องอธิบายเป็นตัวหนังสือ การใช้ภาพเล่า หรือใช้สัญลักษณ์ต่าง ๆ แทนจะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไอคอน กราฟ หรือภาพประกอบ เป็นต้น

ภาพจาก : rainmaker.in.th

เลือกสีให้เข้ากับ Mood & Tone ของงาน ถ้าเลือกใช้สีไม่เหมาะกับเรื่อง หรือโทนเสียงที่สื่อออกไป อาจทำให้ผู้อ่านรู้สึกขัดอารมณ์เมื่ออ่านข้อมูลได้ ที่สำคัญคือ ควรควบคุมสีให้อยู่ในพาเลตเดียวกัน และไม่ควรใช้สีเยอะมากจนเกินไป โดยสีที่แนะนำต่อหนึ่งชิ้นงานควรมีประมาณ 3 สีหลัก หากต้องการสีอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถใช้เป็นพาเลตสีรองที่ช่วยเสริมเติมแต่งองค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ แต่ไม่ควรจะเด่นจนแย่งสีหลัก

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ใช้พื้นที่ว่างให้เป็นประโยชน์ การเหลือที่ว่างให้ผู้อ่านได้พักสายตาในการอ่านบ้าง เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากจะไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าได้รับข้อมูลท่วมท้นจนเกินไป หรือมองเข้ามาแล้วรู้สึกอึดอัดเนื่องจากไม่มีช่องไฟของตัวหนังสือ และรูปภาพ ดังนั้นจึงควรจัดวางเลย์เอาต์ให้สะอาด และเป็นระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน

ภาพจาก : rainmaker.in.th

คุมโทนให้ไปทางเดียวกัน ทั้งดีไซน์ สี ภาพ ฟอนต์ เพื่อให้ชิ้นงานดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และสามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการสื่อได้อย่างตรงประเด็น และชัดเจนนั่นเอง

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ตรวจสอบลิขสิทธิ์ และให้เครดิตทุกครั้ง ก่อนจะนำองค์ประกอบต่าง ๆ หรือภาพมาใช้ รวมถึงในส่วนของข้อมูล ที่มีตัวเลข หรือสถิติ ก็ต้องตรวจสอบที่มาของข้อมูลว่าถูกต้อง และให้เครดิตทุกครั้งเมื่อนำมาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาในภายหลัง และเป็นการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

ภาพจาก : rainmaker.in.th

ขอบคุณข้อมูลจาก : rainmaker.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก
https://www.freepik.com/
https://www.pexels.com/pt-br/foto/sinal-de-informacoes-na-prateleira-251225/

Twitter will remove the 280 character limit that can be typed at any length

Twitter เตรียมลบลิมิต 280 ตัวอักษร พิมพ์ได้กันยาว ๆ

Twitter ได้เล็งเห็น และต้องการที่ให้ผู้ใช้บนแพลตฟอร์มมีส่วนร่วมในการสนทนาพูดคุยกันอย่างเสรีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือเสียง ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ทางทวิตเตอร์ได้ตัดสินใจประกาศเตรียมลบขีดจำกัดของการทวีตให้พิมพ์ได้ยาวเกิน 280 ตัวอักษรในเร็ว ๆ นี้ ที่เพิ่มมาจาก 140 ตัวอักษรในยุคก่อน ๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถทวีตข้อความได้ยาวจุใจ ไม่ต้องสร้างเป็นเธรดสำหรับการทวีตข้อความยาว ๆ

ทวิตเตอร์พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในบทสนทนามากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์คอมมูนิตี้ (Communities) อยู่ในระหว่างการทดสอบที่เปรียบเสมือนกับการสร้างกลุ่มบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกัน โดยช่วงแรกนี้เป็นช่วงทดสอบ ยังมีให้บริการในบางคอมมูนิตี้ก่อนเท่านั้น ก่อนที่จะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างคอมมูนิตี้ได้ภายในปลายปีนี้

ในส่วนของฟีเจอร์พื้นที่การสนทนา (Spaces) จะมีการอัปเดตในหลาย ๆ ด้าน เช่น ผู้ใช้จะสามารถบันทึกคลิปเสียงที่สนทนากันเพื่อฟังย้อนหลัง หลังจากจบเซสชันไปแล้ว ค้นหาห้องสนทนาต่าง ๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โฮสต์สามารถกำหนดราคาสำหรับการเข้าห้องได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเนื้อหา ด้วยฟีเจอร์ Ticketed Spaces และทวิตเตอร์ยังเตรียมเปิดโปรแกรมสำหรับการสนับสนุนด้านการเงิน เทคนิค และมาร์เก็ตติ้งให้กับครีเอเตอร์โดยเฉพาะอีกด้วย

ภาพจาก : sanook.com

อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์ด้วยฟีเจอร์ Super Follow ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับ Patreon หรือ OnlyFans ที่ครีเอเตอร์จะสามารถสร้างคอนเทนต์พิเศษพร้อมเรียกค่าเข้าชมเป็นรายเดือนจากผู้เข้าชมได้ โดยสามารถใช้ได้แล้วในสหรัฐฯ และแคนาดา และจะขยายสู่ทั่วโลกในเร็ว ๆ นี้ ผู้ใช้ยังสามารถผูกบัญชีทวิตเตอร์กับกระเป๋าคริปโตเพื่อการโชว์ผลงาน NFT ที่เป็นเจ้าของได้ด้วย รวมถึงฟีเจอร์ทิปส์ (Tips) ที่ครีเอเตอร์สามารถเปิดรับเงินจากผู้รับชมได้ จะเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้ทั่วโลกแล้ววันนี้ หลังจากเปิดตัวในสหรัฐฯ ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และผู้ใช้ยังสามารถชำระเงินสำหรับทิปส์เป็นเงินบิทคอยน์​ (BTC) ผ่านแอป Strike ได้แล้ว

ภาพจาก : sanook.com

นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นในการให้ผู้ใช้สามารถควบคุมบัญชีหรือโปรไฟล์ได้เอง รวมถึงอำนวยความสะดวกในการบล็อกบัญชีของผู้ใช้ที่มีความคล้ายคลึงกับบัญชีที่ผู้ใช้เคยบล็อกไปก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ใช้จะสามารถลบผู้ติดตาม ลบตัวเองจากทวีตที่มีการกล่าวถึง หรือการคัดกรองคำที่ไม่ต้องการในข้อความตอบกลับ

ภาพจาก : sanook.com

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://twitter.com/HiCommunities

Games that can be played without internet on Windows 10

ไม่มีเน็ตก็เล่นเกมได้ บน Windows 10

บน Windows 10 ยังมีหลายคนที่ไม่รู้ว่ามีเกมแก้เซ็งที่ซ่อนไว้ให้เราเล่นโดยไม่ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ต หรือ ติดตั้งโปรแกรมใด ๆ เพิ่มเติม สามารถเอาไว้เล่นแก้เบื่อ ระหว่างวัน หรือ ใช้เล่นตอนที่เน็ตมีปัญหาใช้งานไม่ได้ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. เริ่มจากเกมที่อยู่ใน Microsoft Edge สามารถเข้าไปเล่นได้แบบไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แถมยังสนุกกว่าไดโนเสาร์ของ Google Chome เพราะจุดเด่นของเกมเซิร์ฟบอร์ด มีภาพที่สวยและเล่นเพลิน ๆ ได้เลยทีเดียว

2. Microsoft Solitaire เป็นจุดรวมเกมต่าง ๆ ของ Windows โดยมีเกมมากมาย ทั้งเกมจับคู่เพชร หรือเกมไพ่ เป็นต้น เพียงค้นหาที่ช่องค้นหาว่า Microsoft Solitaire ก็จะสามารถเข้าเล่นได้เลย

3. แน่นอนเกมสุดท้ายก็คือเจ้าไดโนเสาร์สุด Classic อย่างเกม T-Rex Runner ใน Google Chrome  สำหรับใครที่เบื่อ 2 เกมที่เราแนะนำไปเจ้าเกมนี้ก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราแก้เบื่อได้เหมือนกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : techhub.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://www.freepik.com/free-psd/black-laptop-work-space-psd-mockup_13460872.htm#query=Laptop+mock+up&position=5

TikTok Announces ‘TikTok World’ Showcase Event for September 28th

TikTok ประกาศงานโชว์เคส ‘TikTok World’ 28 กันยายนนี้

เพื่อช่วยให้แบรนด์ได้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ขณะนี้สำหรับ TikTok ได้เปรียบเสมือนแพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วยเครื่องมือที่ช่วยเหลือด้าน eCommerce ล่าสุด TikTok กำลังจะจัด ‘TikTok World’ งานโชว์เคสครั้งแรกในวันที่ 28 ก.ย. นี้ โดยภายในงานจะเป็นการพรีวิวเกี่ยวกับแนวทางต่อไปของ TikTok ที่คาดว่าจะเต็มไปด้วยรายละเอียดของโปรแกรมต่าง ๆ ที่วางแผนไว้

ภาพจาก : socialmediatoday.com

จากที่ ByteDance บริษัทแม่ได้พึ่งเข้าซื้ออุปกรณ์ VR maker ของ Pico ซึ่งนั่นทำให้ TikTok สามารถเปิดโอกาสให้คลิปวิดีโอก้าวเข้าสู่รูปแบบของ Virtual ได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังได้ทดสอบวิดีโอยาวที่เพิ่มโอกาสให้ได้ลองสิ่งใหม่ ๆ และฟังก์ชันการไลฟ์สตรีมแบบแอดวานซ์ รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับ AR Effect Studio ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างเอฟเฟ็กต์ AR ของตัวเองได้ และสิ่งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำไปพูดถึงใน TikTok World

ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า TikTok จะพัฒนาไปในทิศทางไหนบ้าง แต่นี่ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับก้าวต่อไปของแอปในการที่จะหาทางพัฒนาเทรนด์ และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้อยู่เสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : rainmaker.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://www.socialmediatoday.com/news/tiktok-announces-tiktok-world-showcase-event-for-september-28th/605823/

Streamlabs launches monthly tipping service as an alternative to Twitch subscriptions

STREAMLABS เปิดตัวบริการ”MONTHLY TIPS”
แทนการสมัครสมาชิก Twitch

Streamlabs บริษัทซอฟต์แวร์สตรีมมิงยอดนิยมของ Logitech กำลังจะเปิดตัวบริการ Monthly Tips รูปแบบใหม่ ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าการสมัครสมาชิกแบบเดิม

ภาพจาก : theverge.com

โดยสตรีมเมอร์สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ใหม่ผ่านทาง OBS แล้วลิงค์ไปยัง Twitch, YouTube หรือ Facebook ได้โดยตรง และสามารถเปิดปิดฟีเจอร์ รวมไปถึงการกำหนดราคาที่การตั้งค่าได้ตลอดเวลา  เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากสมัครสมาชิกแบบรายเดือนบนแพลตฟอร์ม Twitch เพราะนี่จะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการหารายได้ของเหล่าสตรีมเมอร์ เมื่อเทียบกับการโดนหักรายได้ถึง 50% จากบริการสมัครสมาชิกรายเดือนบนแพลตฟอร์ม Twitch แบบเดิม

ภาพจาก : theverge.com

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกสำหรับผู้ชม ในการให้ทิปตามจำนวนที่ต้องการ แล้วทำการส่งแจ้งเตือนทิปของคุณไปยังหน้าสตรีมสดได้ทันที จากนั้นเงินที่คุณทิปจะถูกส่งไปยังบัญชี PayPal ของเหล่าสตรีมเมอร์ ซึ่งทาง Streamlabs กล่าวว่าจะไม่มีการหักเงินค่าธรรมเนียมจากสตรีมเมอร์แน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://streamlabs.com/content-hub/post/streamlabs-unveils-new-way-for-viewers-to-subscribe-to-live-streamers