Instagram can now automatically translate text in stories

Instagram เพิ่มฟีเจอร์ช่วยแปลภาษาอัตโนมัติในข้อความ Stories

เมื่อปี 2016 Instagram เพิ่มตัวแปลภาษาอัตโนมัติในส่วนของ comment , caption และประวัติของผู้ใช้งาน แต่ยังไม่รวมฟีเจอร์ดังกล่าวในส่วนของโพสต์ Stories ล่าสุด Instagram เพิ่มตัวเลือกใหม่ที่ช่วยแปลภาษาข้อความที่โพสต์ใน Stories อัตโนมัติ ให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจภาษาต่างประเทศในโพสต์ได้

โดย Instagram กล่าวว่าฟีเจอร์การแปลใหม่นี้จะพร้อมใช้งานทั่้วโลก ปัจจุบันรองรับการแปลมากกว่า 90 ภาษาเพื่อให้ผู้ต่างประเทศใช้เข้าใจเนื้อหาที่แชร์ง่ายขึ้น เมื่อพบภาษาต่างประเทศในโพสต์ ระบบจะแสดงตัวเลือก “See Translation” ที่ด้านบนซ้ายของหน้าจอ ผู้ใช้สามารถแตะเพื่อเข้าไปดูคำแปลได้ที่ด้านล่าง

ภาพจาก : https://twitter.com/instagram/status/1417921438418276352/

Alessandro Paluzzi นักวิจัยแอปเคยรายงานเกี่ยวกับฟีเจอร์ดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ นั่นหมายความว่าต่อไป ทั้งโพสต์ Stories และโพสต์แบบทั่วไปจะมีตัวเลือกแปลภาษาเหมือนกันแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ฟีเจอร์ใหม่นี้สามารถแปลภาษาข้อความได้ แต่ Instagram กล่าวว่าการแปลภาษาเสียง (audio translation) ยังไม่พร้อมใช้งานในเวลานี้ ก่อนหน้านี้ Instagram เคยเปิดตัวคำบรรยาย caption ภาษาอังกฤษอัตโนมัติใน Stories เมื่อเดือนพฤษภาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://twitter.com/instagram/status/1417921438418276352

Recommended 7 Apps for Staying at Home

7 แอปฯ แนะนำกิจกรรมในช่วงวันหยุดอยู่บ้าน

ช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังน่าเป็นห่วงแบบนี้ ทำให้หลายคนมองหากิจกรรมและการเสริมทักษะในแบบที่ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 แอปฯ คลายเหงาให้ทำในช่วงหยุดยาวกัน

Movie Streaming ดูหนังออนไลน์บรรเทิงได้ทั้งครบครัว 
1. Netflix เจ้าเก่า เจ้าเดิมที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มาพร้อมจุดเด่นที่มีภาพยนตร์ ซีรีส์ รายการทีวี และสารคดีจำนวนมหาศาล ทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี จีน หรือไทย โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลีหลายๆ เรื่องที่เป็นกระแสโด่งดังในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ล้วนแล้วแต่มีให้รับชมใน Netflix ทั้งสิ้น
2. Disney+ Hotstar คู่แข่งในระดับโลกของ Netflix ที่เรียกได้ว่าได้รับการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่า “ปัง” แน่นอน เพราะภายในเวลาเพียง 16 เดือน ก็สร้างฐานผู้ใช้งานได้เกิน 100 ล้านคนทั่วโลก ทำให้ Disney ต้องปรับเป้าหมายใหม่ให้สูงขึ้นกันเลยทีเดียว และเมื่อ Disney+ Hotstar เข้าไทย ขอบอกเลยว่าไม่ธรรมดา
3. HBO Go มีจุดเด่นที่คอนเทนต์ความบันเทิงคุณภาพระดับโลก โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่มีทั้งภาพยนตร์ดัง ภาพยนตร์ฮอลีวูด และภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล เป็นต้น รวมถึงยังมีซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Game of Throne ทั้ง 8 ซีซัน และซีรีส์ในตำนานอย่าง Friends Reunion นอกจากการรับชมคอนเทนต์ความบันเทิงแบบ On Demand แล้ว HBO Go ยังมีบริการช่องทีวีของตัวเองอีกด้วย

Comics Online อ่านการ์ตูนออนไลน์ อ่านฟรี อ่านดี อ่านสนุก แถมถูกลิขสิทธิ์ด้วย
4. LINE Webtoon คอการ์ตูนไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ กับแอปฯ ยอดนิยมจาก LINE ที่แรกเริ่มเดิมทีถูกนำเข้ามาจากเกาหลี และเริ่มต้นแปลการ์ตูนเกาหลีให้คนไทยได้อ่านกันจนติดงอมแงม แถมยังมีเวอร์ชันที่เปิดให้คอมมูนิตี้จากผู้อ่านทางบ้านช่วยกันแปลอีกด้วย
5. WeComics แอปพลิเคชันอ่านการ์ตูนที่มีให้เลือกอ่านหลากหลายรูปแบบหลากหลายแนว นอกจากนี้ บางเรื่องที่มีให้อ่าน ยังถูกนำมาจากซีรีส์เรื่องดังที่ฉายจบไปแล้วอย่าง ปรมาจารย์ลัทธิมาร และ กาลครั้งหนึ่งที่ภูเขาหลิงเจี้ยน ก็มีให้อ่านกันที่นี่ด้วย

Language Skills เรียนภาษาออนไลน์ เพิ่มทักษะสุดเจ๋งให้กับคุณได้ทุกที่ทุกเวลา
6. Duolingo อยากอัพเดรดความสามารถด้านภาษาเราขอแนะนำเว็บนี้เลย เพราะคุณจะได้เรียนรู้ทั้งการพูด การเขียนภาษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, เยอรมัน, สเปน, ฝรั่งเศส และอื่นๆอีกมากมาย ผ่านรูปแบบการเล่นเกม ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้
7. Memrise อยากเน้นภาษาอังกฤษต้องเว็บนี้ ช่วยฝึกสมองซีกขวาของคุณด้วยเกมส์ “Flash cards” ตามด้วยเกมส์จับคู่ตอบคำถามที่จะช่วยอัพสกิลภาษาอังกฤษให้กับคุณ งานนี้ทั้งสนุกทั้งได้ความรู้แบบจัดเต็มกันไปเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : brandinside.asia / thaiware.com / blog.fwd.co.th
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://unsplash.com/photos/paydk0JcIOQ

Discord has acquired Sentropy, a company that made AI anti-harassment online

DISCORD เข้าซื้อกิจการ SENTROPY เพื่อเพิ่มน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

Discord ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท Sentropy ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือ AI ต่าง ๆ เพื่อทำการตรวจจับการล่วงละเมิดทางออนไลน์ กล่าวคือ Sentropy กำลังร่วมมือกับ Discord ในการขยาย และพัฒนาแอปที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแอปยอดนิยมในขณะนี้ เพื่อให้แพลตฟอร์มของดิสคอร์ดนั้นมีความปลอดภัย และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 

และนี่ถือเป็นการจับคู่ที่น่าสนใจ เพราะทางดิสคอร์ดนั้นมีผู้ใช้มากกว่า 150 ล้านรายต่อเดือน ดังนั้นการจะตรวจสอบ และดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้ทั่วถึงก็ดูจะเป็นเรื่องยาก ซึ่งบริการนี้จะช่วยให้บริษัทเข้าถึงชุมชนบนแพลตฟอร์มที่มีมากกว่า 19 ล้านชุมชน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางบริษัทต้องจัดทีมอาสาสมัคร และทีมงานภายในในการคัดกรองข้อความบนแพลตฟอร์ม 

โดยโปรเจกต์แรกของบริษัทชื่อว่า Sentropy Protect ที่มุ่งเน้นไปที่ฟีดบนไทม์ไลน์ของ Twitter ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทาง Sentropy จะช่วยให้ทั้ง 2 บริษัทสามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่ส่อไปในทางที่ไม่เหมาะสมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อปรับปรุงให้แพลตฟอร์มดิสคอร์ดเป็นสังคมที่โซเชียลที่ปลอดภัย

ในข้อสรุปการตกลงนั้นดิสคอร์ดได้ทำการซื้อ AI เพื่อขยายความสามารถในการตรวจจับ และลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และขยายทีมงานที่ดูแลด้านความปลอดภัยเพิ่มอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : techoffside.com
อ้างอิงรูปภาพ : ภาพปก https://discord.com/, https://www.sentropy.com/

Google Meet gets fun filters and masks on iOS and Android

Google Meet เพิ่มฟิลเตอร์ และหน้ากากสนุกๆ บน iOS และ Android

Google อัปเดตฟีเจอร์เพิ่มเติมระหว่าง Video Call ให้กับ Google Meet เวอร์ชัน iOS และ Android โดยฟิลเตอร์จะคล้ายตอนคุย Facebook Messenger ที่จะมองเห็นปุ่มใหม่คือ “Styles” และ “Filters”

ทั้งนี้ข้อแตกต่างระหว่างทั้ง 2 ฟีเจอร์ คือ Styles เป็นเอฟเฟกต์สี เปลี่ยนอารมณ์ภาพ ส่วน Filters เป็นหน้ากากแบบ AR ฟีเจอร์ใหม่ใช้งานได้ทั้งแอปใน iOS และ Android และใช้งานได้ผ่าน Google Meet ใน Gmail ด้วย ลูกเล่นใหม่นี้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ใช้ Google Meet เพื่อคุยกับเพื่อน คุยกับครอบครัวมากขึ้น แทนที่จะใช้เพื่อการทำงานเพียงอย่างเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก : blognone.com
อ้างอิงรูปภาพ : twitter.com / engadget.com

7 Application for working people

7 แอปพลิเคชั่น เพื่อคนทำงาน

สมัยนี้ การใช้ชีวิตค่อนข้างจะสะดวกสบาย เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้นเอื้อประโยชน์ให้กับชีวิตเรามากมายมหาศาล สารพัดแอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ใช้งานหลากหลายวัตถุประสงค์ แต่เป้าหมายหลัก ๆ ก็คือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง

1. แอปพลิเคชันสารพัดจัดการเรื่องเงิน
กิเลสเป็นของคู่กันกับมนุษย์เงินเดือนเพื่อรองรับสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ เรื่องเงินคือเรื่องใหญ่ แค่มีแอปฯ ของธนาคารติดสมาร์ทโฟนไว้ ก็ให้ความสะดวกและประโยชน์ไม่ว่าจะใช้เช็กเงินเดือน โอนเงินไปบัญชีนั้นบัญชีนี้ หรือจ่ายเงินค่านู่นค่านี่ได้ง่ายโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และไม่ต้องไปเข้าคิวที่สาขา แต่ทั้งนี้เราก็ควรมีแอปฯ ที่ช่วยบริหารจัดการเงินไม่ให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเกิดไปด้วย เช่น Piggipo, Money Lover, Spendee, Money Manager Expense & Budget, มีตังค์ เป็นต้น

2. แอปพลิเคชันสำหรับทำงานทุก ๆ ที่
เป็นมนุษย์เงินเดือนจะมีแอปฯ สำหรับทำงานติดเครื่องก็เป็นเรื่องปกติ ในยุคแบบนี้ต้องสามารถทำงานได้จากทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลก ถ้ามีเคสเร่งด่วนขึ้นมาก็ต้องพร้อมทำงานอยู่เสมอทุกที่ทุกเวลา แอปฯ ที่ควรมีติดเครื่องก็ขึ้นอยู่กับว่าทำงานสายงานไหน หากอยู่ในสายสื่อสาร ก็อาจต้องโหลดพวกแอปฯ พจนานุกรมไว้เช็กคำผิด เช็กความหมายคำ สายกราฟิกก็ต้องมีแอปฯ ที่เกี่ยวกับงานออกแบบ งานตัดต่อ สายเอกสารก็ต้องมีพวกแอปฯ ที่ช่วยจัดการเอกสาร เช่น Google Drive, Clear Scanner, Google Docs, Trello, Simplemind, Canva, Royal, Society, Google Translate, Over: Edit Photos & Add Text เป็นต้น

3. แอปพลิเคชัน Video Calling
เพราะรูปแบบการทำงานของมนุษย์เงินเดือนยุคโควิดเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยเรียกประชุมกันที่ห้องประชุมออฟฟิศ กลายเป็นต้องนั่งประชุมอยู่บ้านใครบ้านมัน ซึ่งเราก็จำเป็นต้องปรับตัวตาม แม้จะนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน การประชุมหารือกับเพื่อนร่วมงานในทีมก็ยังคงจำเป็นและต้องดำเนินไปตามปกติ ฉะนั้น แอปฯ สำหรับประชุมออนไลน์ หรือพวกแอปฯ  Video Calling จึงกลายเป็นตัวช่วยชั้นดี เช่น Zoom, Skype, Slack, Google Hangouts, LINE, Messenger เป็นต้น

4. แอปพลิเคชัน To Do List
พอเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนเริ่มเปลี่ยนมารับบทมนุษย์ขี้ลืม เพราะแต่ละวันมีสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องทำมากมายเหลือเกิน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บ่อยครั้งเราจะหลงลืมตารางงาน หรือจำสลับช่วงเวลากัน ดังนั้น เพื่อจัดระเบียบชีวิตให้ลงตัวมากที่สุด ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่เขาออกแบบมาให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น คือแอปฯ ประเภท To Do List ที่มีไว้เพื่อใช้เตือนความจำเรื่องต่าง ๆ และจัดการกับตารางงานต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และง่ายดาย เช่น Todoist, TickTick, Microsoft To Do, Google Tasks, Nozbe, Any.do เป็นต้น

5. แอปพลิเคชันเช็กสภาพอากาศ
ก่อนออกจากบ้าน หรือออฟฟิศก็จะต้องรู้ว่าคุณภาพอากาศภายนอกแย่แค่ไหน ฝุ่นพิษ มลพิษเป็นอย่างไร สภาพอากาศแต่ละที่แดดออก ฝนตก พายุเข้า เลิกงานแล้วฝนจะตกไหม พร้อมพยากรณ์ในอีกหลายวันข้างหน้า พรุ่งนี้ฝนจะตก หรือแดดจะออก อย่าลืมพกร่ม แอปฯ ก็สามารถเช็กได้หมด และมีคำแนะนำด้วยว่าควรต้องทำตัวอย่างไร เพราะสภาพอากาศสัมพันธ์กับสุขภาพ ฉะนั้น ควรจะมีติดเครื่องไว้ดีกว่า เช่น RainViewer: เรดาร์ฝน พยากรณ์อากาศ รายงานสภาพอากาศ, Air Quality, TVIS เป็นต้น

6. แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการเดินทาง
ส่วนใหญ่แล้ว มนุษย์เงินเดือนมักจะต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก การที่มีแอปฯ ที่เกี่ยวกับระบบขนส่งสาธารณะ แอปฯ แผนที่ และแอปฯ เช็กสภาพจราจร จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นกว่าเดิม การเดินทางไปไหนมาไหนใน ก็จะยุ่งยากน้อยลง ในการทำงานการเดินทางไปถึงตรงเวลานัดหมาย หรือแม้กระทั้งการเข้างานให้ทันเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องรีบไปโหลดแอปฯ เกี่ยวกับการเดินทางติดเครื่องไว้ ไม่ว่าจะรถติด หลงทาง รอรถนาน ต้องขึ้นรถสายไหน เราก็สามารถจัดการชีวิตได้ง่าย และลงตัวขึ้น เช่น ViaBus, Moovit, Bangkok MRT, BTS SkyTrain, ขสมก., รถเมล์ – รวมข้อมูลสายรถเมล์ รถตู้ รถประจำทาง, BMA Live Traffic, Google Map, JS100

7. แอปพลิเคชันบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ
หลายคนอาจคาดไม่ถึงเกี่ยวกับแอปฯ ในกลุ่มนี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าไม่ว่าเราจะเป็นมนุษย์เงินเดือนขององค์กรภาครัฐ หรือภาคเอกชน เราทุกคนล้วนมีพันธะผูกพันอยู่กับส่วนราชการ ที่แน่ ๆ ก็คือ เรื่องการส่งเงินสมทบประกันสังคม การจ่ายภาษี ฯลฯ ฉะนั้น การมีแอปฯ ที่เป็นบริการต่างของภาครัฐ จะทำให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นมาก ๆ อย่างแอปฯ ประกันสังคม ก็สามารถเช็กสิทธิประกันสังคม เช็กยอดเงินสมทบ แอปฯ ดำเนินจ่ายภาษี ก็ช่วยให้เราจัดการเรื่องภาษีง่ายขึ้น และแอปฯ ที่ทุกคนน่าจะต้องมีก็คือ แอปฯ เป๋าตัง ที่จะเรียกว่าเป็นแอปฯ อเนกประสงค์ของภาครัฐก็ไม่ผิดเท่าไรนัก เช่น RD Smart Tax, SSO Connect, Smart Labour, เป๋าตัง เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : tonkit360.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com