LINE has launched “LINE Avatar” services is now available!

เปิดตัวบริการ LINE Avatar ใช้ได้เเล้ววันนี้

หลาย ๆ คนคงเริ่มคุ้นเคยกับการสร้าง Avatar กันมาบ้างแล้ว ล่าสุด LINE ได้เปิดให้บริการ LINE Avatar แล้ว โดยลูกเล่นการสร้างอวาตาร์ของไลน์คือ แอปฯ จะให้ถ่ายรูปใบหน้าตามกรอบที่ได้กำหนดมา จากนั้นแอปจะทำการวิเคราะห์ แล้วแสดงผลออกมาเป็นโครงหน้าที่คล้ายกับเรา แต่หากใครยังไม่พอใจ ก็สามารถปรับแต่งตามความต้องการได้อีก ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน เราไปดูวิธีการสร้างอวาตาร์ใช้ในไลน์กันเลย…

ขั้นตอนการสร้าง Avatar ใน LINE
  • เริ่มจากกดไปที่ “โปรไฟล์ของเรา” (ชื่อ LINE ของเรา) จากนั้นให้แตะที่ไอคอน Avatar เมื่อมีพอปอัพขึ้นมา ก็กดปุ่ม “สร้าง Avatar”

  • จากนั้นแอปฯ จะขึ้นกล้องมาให้เราถ่ายหน้าตัวเอง ซึ่งจะเป็นการส่งภาพนี้ไปประมวลผล เพื่อสร้างอวาตาร์ให้ตรงกับตัวผู้ใช้งานจริง ในการถ่ายหน้าตัวเองนั้น ผู้ใช้จะต้องดูให้ตรงกับกรอบที่กำหนดไว้ และกดถ่าย แต่ถ้าหากใครมีรูปอยู่แล้ว สามารถเลือกรูปได้ โดยกดที่ ไอคอนรูปภาพทางด้านขวาของปุ่มถ่ายภาพ หรืออยากปรับแต่งเองก็สามารถกด “ข้าม” ได้เลย

  • เมื่อถ่ายภาพให้ LINE ไปประมวลผลแล้ว จะส่ง Avatar กลับมาถึง 3 แบบให้เราเลือก ถ้าเจอแบบที่ถูกใจให้กด “ใช้ Avatar” ได้เลย แต่ถ้ายังไม่ถูกใจก็ยังสามารถนำแบบที่ไลน์ประมวลผลให้มา นำไปแก้ไขเพิ่มเติมต่อได้ โดยการกดปุ่ม “แก้ไข”

  • ส่วนของการปรับแต่ง เราจะสามารถแก้ไขได้ทั้ง ทรงผม เค้าโครงหน้า ตา คิ้ว จมูก ปาก การแต่งหน้า หนวดเครา แว่นตา รวมถึงเครื่องแต่งกาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงเท้า รองเท้า และเครื่องประดับผม เมื่อได้ที่ถูกใจแล้ว สามารถกด “เสร็จสิ้น” ได้เลย

โดย Avatar ที่เราสร้างมา สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีความสามารถให้เราทำหน้าท่าทาง เพื่อเป็นแบบให้ Avatar โดยใช้กล้องหน้าในการจับท่าทาง และเรายังสามารถสร้างอวาตาร์ได้อีกหลาย ๆ แบบ นำมาเป็นตัวเลือกสำหรับการใช้งานได้

สร้าง Avatar ภาพนิ่ง และวิดีโอ

เราสามารถนำอวาตาร์มาทำเป็นภาพนิ่ง หรือวิดีโอได้ โดยความสามารถต่าง ๆ จะเหมือนกับการสร้างรูปโปรไฟล์เลย แถมสามารถเอาตัวอวาตาร์ของเราไปถ่ายภาพแบบ AR ได้ด้วย

แชร์ Avatar กับเพื่อน

สามารถส่งอวดเพื่อนได้ง่าย ๆ เพียง กดที่ปุ่ม “แชร์” ที่มุมบนขวา และเลือกรายชื่อเพื่อนกด “แชร์” ได้เลยซึ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถนำอวาตาร์ของเราไปสร้างกลุ่มถ่ายรูปได้ด้วย

ตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ Avatar

เราสามารถตั้งเป็นภาพโปรไฟล์ได้ ด้วยปุ่มข้าง ๆ ปุ่มแชร์ เมื่อแตะไปที่ปุ่มดังกล่าวแล้ว ตัวแอปฯ จะขึ้นให้ปรับแต่งรูปโปรไฟล์ โดยเราจะสามารถเลือกสีพื้นหลัง และสิ่งแวดล้อมภายในภาพได้ ด้วย 2 ปุ่ม ข้าง ๆ ปุ่มถ่ายภาพ

ทั้งหมดนี้เป็น วิธีการสร้างอวาตาร์ในแอป LINE ขึ้นมาใช้งาน ฟีเจอร์อาจจะยังทำงานได้ไม่มากนัก ในอนาคตอาจจะมีลูกเล่นเพิ่มเติมมาให้เล่นกันมากกว่านี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : beartai.com และ rainmaker.in.th
อ้างอิงรูปภาพ : beartai.com

Google Takeout updates a new feature to transfer files from your Google Photos albums to Flickr and OneDrive

Google Takeout อัปเดท เพิ่มฟีเจอร์ย้ายไฟล์จาก Google Photos ไป Flickr และ OneDrive ได้แล้ว

Google ได้เพิ่มฟีเจอร์บน Google Takeout ซึ่งเป็นบริการ Export และคัดลอกข้อมูลจาก Google Account ไปยังบริการอื่น ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อแอคเคาท์ และเลือกรูปภาพ หรือวิดีโอจากอัลบั้มที่ต้องการบน Google Photos เพื่อคัดลอกไปยัง Flickr และ Microsoft OneDrive ได้แล้ว

โดยผู้ใช้สามารถโอนย้ายรูปภาพที่ต้องการด้วยวิธีง่าย ๆ 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. กดเข้าไปที่หน้าบริการ Google Takeout (https://takeout.google.com/takeout/transfer/custom/plus_photos)  (ใส่เป็น Text ธรรมดา ไม่ต้องใส่เป็นลิ้งค์) จากนั้นเลือกอัลบั้มภาพ และบริการที่ต้องการคัดลอกรูปภาพจาก Google Photos ได้ที่เมนู Select Data to Include (ค่าตั้งต้นจะเลือกคัดลอกรูปภาพทั้งหมด แต่ผู้ใช้สามารถกดเพื่อเลือกอัลบั้มรูปที่ต้องการได้) 
  2. ไปที่ Next Step และเลือกบริการที่ต้องการ Flickr หรือ OneDrive ที่ Choose Destination และเชื่อมต่อแอคเคาท์ของทั้ง 2 บริการเข้าด้วยกัน 
  3. ระบบจะทำการคัดลอกไฟล์จาก Google Photos ไปยังบริการปลายทางแบบอัตโนมัติ โดยผู้ใช้สามารถสังเกตความคืบหน้าในการคัดลอกไฟล์ได้ที่แถบ Export Process

ภาพจาก : https://blog.google/technology/safety-security/data-portability/

ทั้งนี้ทาง Google ยังระบุว่าฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Data Transfer Project ซึ่งเป็นโปรเจคที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนย้ายข้อมูล และรูปภาพต่าง ๆ ระหว่างบริการของ Facebook, Apple, Google, Microsoft และ Twitter ได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำการเชื่อมต่อ Google Photos กับ Facebook ไปแล้ว และคาดว่าทางบริษัทฯ น่าจะเพิ่มการพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับบริการอื่น ๆ ที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานของผู้ใช้มากขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaiware.com
อ้างอิงรูปภาพ : google.com / blog.google

Thai government has launched a new website “Thai-Mee-Ngan-Tam” for recruiting more than 50,000 job positions

รัฐบาลเปิดตัวเว็บ “ไทยมีงานทำ” พร้อมรับสมัครงานกว่า 50,000 ตำแหน่ง

หลังจากที่เกิดเหตุวิกฤติการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั่วโลก ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เกิดภาวะลูกจ้างตกงานในหลาย ๆ ภาคส่วน ซึ่งทางกระทรวงแรงงานของประเทศไทยได้เล็งเห็นปัญหาวิกฤติการตกงานของประชากรในตอนนี้ จึงได้จัดทำแพลตฟอร์มหางานบนเว็บไซต์ ภายใต้ใช้ชื่อว่า “ไทยมีงานทำ.com”  ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ผู้ที่สนใจเข้าไปสมัครงานได้แล้ววันนี้  โดยมีตำแหน่งรออยู่กว่า 50,000 ตำแหน่ง มีทั้ง Full Time และ Part Time ทั่วประเทศ

เว็บ “ไทยมีงานทำ” มีอะไรให้ทำบ้าง ?

นอกจากเป็นเว็บไซต์ที่ช่วยในการหางานตามปกติ หรือให้ผู้ประกอบการมาลงเปิดรับสมัครตำแหน่งงานแล้ว ตัวเว็บไซต์เองยังมีเปิดให้ใช้ค้นหาหลักสูตรอบรมเพื่อเพิ่มวิชาชีพให้กับตนเองได้อีกด้วย ซึ่งการสมัครสมาชิก และการใช้บริการบนเว็บไซต์ สามารถดำเนินการได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ตัวอย่างการค้นหางานทั่วไป

ครอบคลุมการจ้างงานจำนวนมาก จากภาคเอกชนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงงานที่ตรงความต้องการ และความสามารถของตนเอง ผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์สามารถค้นหางาน โดยเสิร์ชหาตำแหน่งงานตามจังหวัดที่เลือก หรือจะลองค้นหาวิธีอื่น เช่น เลือกประเภทงาน, ภูมิภาค หรือ สัญญาจ้าง ตามความต้องการของผู้ค้นหาได้เลย

ตัวอย่างค้นหาหลักสูตรอบรม

ครอบคลุมหลักสูตรที่น่าสนใจทั้งจากภาคเอกชน และภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมที่ช่วยเพิ่มพูนความสามารถของตนเอง และเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ โดยหลักสูตรที่เปิดสอนในเว็บมีมากกว่า 1,177 คอร์ส มีทั้งหลักสูตรบริหารธุรกิจ, เรียนภาษา, สอนใช้โปรแกรมต่าง ๆ, อบรมดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุ, สอนแปรรูปอาหาร ฯลฯ และหลักสูตรส่วนใหญ่จะมีทั้งแบบเรียนออนไลน์ และเรียนในห้องตามปกติ อีกทั้งคอร์สเรียนส่วนใหญ่จะเป็น คอร์สเรียนฟรี อีกด้วย

ในอนาคตเว็บไซต์ ไทยมีงานทำ จะมีงานจากภาครัฐเพิ่มขึ้นมาอีก ตามโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม จากผลกระทบของไวรัส COVID-19 กรอบวงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท รวมถึงปลายเดือนกันยาที่จะถึงนี้จะมีการจัดงาน JOB EXPO THAILAND 2020 “ไทยมีงานทำ” ณ ไบเทคบางนา สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 26-28 กันยายน 2563 นี้

ส่วนสถิติงานทั้งหมดตอนนี้เว็บมีเปิดรับสมัครงานทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน โดยสามารถค้นหางานได้ครอบคลุมทุกสายงาน สามารถเข้าไปเช็คสถิติได้ที่ เมนู “ข้อมูลสถิติ”

หากผู้ใดสนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ ไทยมีงานทำ.com แล้วเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : droidsans.com และ ไทยมีงานทำ.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com

Walmart Now Piloting On-Demand Drone Delivery with Flytrex

Walmart จับมือ Flytrex เริ่มนำร่องให้บริการบินโดรนส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน

เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ Walmart แบรนด์ผู้ประกอบการค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มโปรเจกต์ทดสอบให้บริการ ‘บินโดรนส่งสินค้า’ และของชำให้กับลูกค้า ในเมืองเฟย์เอตต์วิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งโดรนใช้ขนส่งสินค้าเหล่านี้จะถูกควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติผ่านคลาวด์แบบเบ็ดเสร็จ 100%

ทอม วาร์ด (Tom Ward) รองประธานฝ่ายอาวุโสแผนกผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของ Walmart กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “หนึ่งปีที่แล้ว ผู้ก่อตั้ง Walmart ของพวกเรา แซม วอลตัน ได้กล่าวเอาไว้ว่า ‘ผมถูกผลักดันให้ข้องแวะกับระบบต่าง ๆ เพื่อพัฒนานวัตกรรม และพา Walmart ก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา’ ซึ่งหลักการนี้ก็ยังคงเป็นแนวทางที่ Walmart ยึดถือมาจวบจนถึงปัจจุบัน”

“กับความคิดริเริ่มล่าสุดในครั้งนี้ก็เช่นกัน เราต้องการที่จะศึกษาว่าโดรนจะสามารถส่งสินค้าด้วยวิธีการที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วได้อย่างไร เรากำลังก้าวไปอีกขั้นในการสำรวจถึงความเป็นไปได้ในการให้บริการส่งสินค้าแบบออนดีมานด์ ด้วยการร่วมงานกับบริษัทที่ให้บริการโดรนเดลิเวอรีแบบ end-to-end อย่าง Flytrex

ถ้ายังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ Walmart ก็เคยร่วมกับสตาร์ทอัพเทคโนโลยี และบริษัทผู้พัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น การทำงานร่วมกับ Nuro เพื่อนำเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับมาใช้ส่งสินค้า, การนำหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นอัตโนมัติ ‘เอ็มม่า’ (EMMA) ผลงานการประดิษฐ์ของบริษัท Brain Corp มาใช้งานในสโตร์บางแห่ง ตลอดจนการเปิดตัวต้นแบบร้านค้าอัจฉริยะ IRL (Intelligent Retail Lab) เป็นต้น ซึ่งความตั้งใจในครั้งนี้ เบื้องหลังการบุกเบิกทดสอบให้บริการโดรนเดลิเวอรีส่งสินค้าโดย Walmart มาจากความคาดหวังที่พวกเขาต้องการจะพยายามทำความเข้าใจเทคโนโลยีรูปแบบใหม่เหล่านี้ว่ามันจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทในอนาคตอย่างไร รวมถึงการส่งมอบบริการให้กับลูกค้าด้วยวิธีการที่ดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก : thestandard.com
อ้างอิงรูปภาพ : corporate.walmart.com / freepik.com

7 Popular farming games that aren’t just farming

7 เกมทำฟาร์มยอดฮิต ที่ไม่ได้มีแค่การทำฟาร์ม

เกมแนวทำฟาร์ม หรือ Sim-Life เป็นหนึ่งทางเลือก และแนวเกมคลายเครียดที่ใครหลายคนชื่นชอบ เหมาะกับยุคที่การทำงาน และทุกสิ่งอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยความเครียด แต่จะให้ปลูกผักทำฟาร์มอย่างเดียวมันก็อาจจะน่าเบื่อไปหน่อยสำหรับบางคน เกมทำฟาร์มบางเกมในสมัยนี้ จึงใส่เกมเพลย์แนวอื่นเข้ามาผสมด้วย ไปลองดู 7 เกมทำฟาร์มยอดนิยม ที่ไม่ได้มีแค่การทำฟาร์มอีกต่อไป

1. Summer in Mara – ทำฟาร์มไปด้วย ออกผจญภัยไปด้วย

Summer in Mara คือเกมทำฟาร์ม ที่นอกจากการทำฟาร์มปลูกผักแล้ว ผู้เล่นยังได้ออกผจญภัยไปบนหมู่เกาะต่าง ๆ เพื่อตามหาความจริงว่าตัวเองเป็นใคร ทำไมถึงถูกเก็บมาเลี้ยงโดยชนเผ่าประหลาด แถมยังสามารถมีสัมพันธ์ต่าง ๆ กับ NPC ได้ เราสามารถเดินทางไป-กลับ หมู่เกาะที่เราปลูกผักทำฟาร์มเอาไว้ได้ตลอด

2. Slime Rancher – ทำฟาร์มแบบเพาะพันธุ์สไลม์

เรื่องราวของ Beatrix LeBeau ที่ยังไปดาวเคราะ์เพาะพันธุ์สไลม์ แต่การผสมพันธุ์พวกสไลม์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องจับเหล่าสไลม์ คอยดูแล และให้อาหาร จนกว่าสไลม์จะผสมพันธุ์กัน และขยายพันธุ์ได้ เป็นการนำเอารูปแบบเกมทำฟาร์มมาดัดแปลงใหม่ได้แหวกแนว และสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก

3. Farm Frenzy Series – เน้นทำภารกิจเพื่อพัฒนาการเติบโตของฟาร์ม

เกมในตำนานอย่าง Farm Frenzy ด้วยกราฟิกที่มีสีสัน และรูปแบบการเล่นที่เรียบง่าย วิธีการที่คุณจะทำให้เติบโตในเกมนี้ได้เร็วขึ้น คือเน้นการทำตาม Objective ต่าง ๆ ถึงจะได้สิ่งของใหม่ ๆ ซึ่งแน่นอนว่ากลายเป็นระบบยอดนิยมที่หลายเกมนำมาใช้ในปัจจุบันนี้ด้วย เกมยังใส่ระบบปศุสัตว์ และการป้องกันสัตว์ป่าที่จะเข้ามาเอาวัตถุดิบในฟาร์มคุณไปด้วย แม้จะเก่าไปหน่อย แต่ก็เป็นเกมฆ่าเวลาได้ดีทีเดียว

4. Voodoo Gardens – ฟาร์มไอเทมต้องห้ามต่าง ๆ

เกมแนวมนต์ดำไสยศาสตร์ ให้คุณได้เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบในการผลิตไอเทมด้านไสยศาสตร์ทั้งหลาย แต่น่าเสียดายที่ตัวเกมเหมือนทำออกมาเป็นแนวตลก และไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ใช้เมาส์เพียงตัวเดียวในการเล่น เหมาะกับการเอาไว้เล่นฆ่าเวลาตอนว่างจริง ๆ เท่านั้น

5. Autonauts – ทำฟาร์มร่วมกับเหล่าหุ่นยนต์

เกมนี้มีตัวช่วยสำหรับเหล่าคนขี้เกียจเพราะเกมนี้จะมีหุ่นยนต์ผู้ช่วย โดยเป้าหมายในเกมนี้คือพัฒนาโลกให้ก้าวไกลไปเรื่อย ๆ แต่ระบบฟาร์มยังคงอยู่ และเราจะได้รับหุ่นยนต์มาคอยช่วยเหลือ หน้าที่คุณคือ คอยบริหารจัดการหุ่นยนต์ให้คอย ๆ ไปทำภารกิจต่าง ๆ แทนเรานั่นเอง

6. Stardew Valley – ทำฟาร์มไปด้วย ลงดันเจี้ยนหาของไปด้วย

ปกติแล้ว Dungeon Crawler หรือการลงดันเจี้ยนตีมอน มักจะไปอยู่ในแนวเกมประเภท RPG มากกว่า แต่ Stardew Valley ได้นำระบบนี้ใส่เข้ามาด้วย จริง ๆ แล้วเกมนี้ไม่ได้ใส่ระบบนี้มาแต่แรก แต่เพิ่มมาในภายหลัง การลงดันเจี้ยนจะทำให้คุณได้รับแร่ธาตุต่าง ๆ วัตถุดิบ หรือไอเทมสำคัญ ๆ อีกมากในเกม และยังมีความลับต่าง ๆ ให้เราไปค้นหาในดันเจี้ยนด้วย และปัจจุบันเกมนี้ก็ยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

7. Atomicrops – ทำฟาร์มไปด้วย ต่อสู้แบบ Roguelike ไปด้วย

Atomicrops คือเกมทำฟาร์มแนวใหม่ที่ใส่รูปแบบการเล่นแบบ Roguelike โดยเราจะต้องออกหาวัตถุดิบ เมล็ดพืชพันธุ์ในตอนกลางวัน และตอนกลางคืนจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นเกมแอ็คชั่น Roguelike ที่จะต้องต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์หลากหลายแบบ ไปยันบอส และนำไอเทมที่ได้ มาอัพเกรดตัวละคร เรียกได้ว่าเป็นการทำฟาร์มที่สนุกสนานเร้าใจมาก ๆ เกมนี้อยู่บนแพลตฟอร์ม Epic Games Store และกำลังจะวางขายบน Steam ในเดือนกันยายนนี้ ใครชอบเกมทำฟาร์มแบบบู๊ ๆ แนะนำให้หาซื้อมาเล่นได้เลย

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : gamingdose.com

1 2 3 7