เช็คเงื่อนไขและวิธีการลงทะเบียนโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ได้ที่นี่ ก่อนรับเงิน 3,000 บาท

เนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมครั้งที่ 21/2563 ตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เสนอ ซึ่งมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงการคลัง 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ โครงการคนละครึ่ง

โครงการ “คนละครึ่ง” สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการเว็บไซต์จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 ผ่าน www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. จำนวน 10 ล้านคน เริ่มใช้จ่าย 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 นี้ 

โดยโครงการ “คนละครึ่ง” มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อร้อยละ 50 โดยไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ เป็นวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท 

โดยผู้ได้รับสิทธิ์ต้องยืนยันตัวตนผ่าน g-Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” อีกขั้นตอนหนึ่งด้วย จึงจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิ์ได้ ซึ่งการใช้จ่ายจะมีช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563 ในเวลา 06.00 น. – 23.00 น.  

ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญของโครงการนี้ คือ ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์และไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก โดยสิทธิ์ที่ถูกตัดจะนำไปเปิดให้ลงทะเบียนใหม่

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับพี่น้องประชาชนจำนวน 10 ล้านคนที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป โดยเมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์แล้วจะมี SMS แจ้งผลการลงทะเบียน จากนั้นให้ดาวน์โหลดแอปฯ “เป๋าตัง” เพื่อยืนยันตัวตนใช้สิทธิ์ผ่าน G-wallet โดยสามารถรับสิทธิใช้จ่ายตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2563 สอบถามได้ที่สาขากรุงไทยทั้ง 1,014 แห่ง

สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น.– 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ หรือลงทะเบียนผ่านทางสาขาธนาคารกรุงไทยโดยธนาคารกรุงไทยจะช่วยติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อใช้ในการรับชำระเงินจากการขายสินค้า 

คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ แจกเงิน 3000 บาท 

  • มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย 
  • อายุตั้งแต่ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน 
  • ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น. – 23.00 น. 
  • ต้องไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 
  • จำกัดจำนวนไม่เกิน 10 ล้านคน หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด 

ขั้นตอนการใช้สิทธิ์หลังจากลงทะเบียนสำเร็จ

  • รอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน 
  • จากนั้นให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 
  • ยืนยันตัวตนใช้สิทธิ์ผ่าน g-Wallet แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” 
  • ใช้จ่ายตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2563 จำกัดเวลาตั้งแต่ 06.00 น. – 23.00 น. 
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ต้องเริ่มใช้จ่าย ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์ หรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ

คำถามพบบ่อยสำหรับ โครงการ “คนละครึ่ง” ในการลงทะเบียนสำหรับประชาชน มีดังนี้

  1.  สามารถใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือซ้ำกันในการลงทะเบียนได้หรือไม่  เบอร์มือถือที่ใช้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้ 
  2. การลงทะเบียนภาคประชาชน จะแจ้งผลผ่านช่องทางใดบ้าง 
    – ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะได้ผลลงทะเบียนทาง SMS ตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ 
  3. หลังจากลงทะเบียนแล้ว ประชาชนจะทราบผลภายในกี่วัน
    – ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะได้ผลลงทะเบียนทาง SMS ตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ ภายใน 3 วัน 
  4. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนได้หรือไม่  
    – ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถลงทะเบียนบนเว็บไซต์ได้ ระบบจะล็อกให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้ 
  5. ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้ารับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง สามารถเปลี่ยนแปลงเบอร์มือถือระหว่างรับสิทธิ์โครงการได้หรือไม่  
    – ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเบอร์มือถือระหว่างรับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งได้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง คาดว่าโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ จากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 81,000 ล้านบาท ครอบคลุมประชาชน 24 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2563 และส่งแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องไปยังปี 2564

ขอบคุณข้อมูลจาก : คนละครึ่ง.com และ thebangkokinsight.com
อ้างอิงรูปภาพ : freepik.com / thebangkokinsight.com